toonico

#033

บทที่ 33: นี่ไม่ใช่การสงเคราะห์

บทที่ 33: นี่ไม่ใช่การสงเคราะห์

“รางวัลเหรอ?”

จ้าวมินที่ชูใบสมัครค้างไว้กลางอากาศถึงกับชะงักงัน คำสองคำนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเธอโดยสิ้นเชิง มันจู่โจมจนกำแพงป้องกันที่เธอสร้างขึ้นตามสัญชาตญาณเริ่มปรากฏรอยร้าวเล็ก ๆ ออกมา

ภายในห้องพักครูเงียบสงัด ครูส่วนใหญ่เลิกงานกลับไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนที่ยังคงก้มหน้าก้มตาเตรียมการสอนอย่างขะมักเขม้น แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านหน้าต่าง ทอดยาวเงาของหยางหมิงยวี่ให้ดูสูงสง่าและเด่นชัด

“ใช่ รางวัล” น้ำเสียงของหยางหมิงยวี่ยังคงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความสงสารหรือเวทนาแม้เพียงเศษเสี้ยว ราวกับเขากำลังกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ไม่อาจโต้แย้ง “รางวัลสำหรับความเยือกเย็น ความเป็นมืออาชีพ และความมีน้ำใจที่เธอแสดงออกมาในตอนที่เพื่อนร่วมชั้นได้รับบาดเจ็บ และรางวัลสำหรับพรสวรรค์รวมถึงศักยภาพในด้านชีววิทยาที่เธอแสดงให้เห็น ซึ่งมันก้าวข้ามเพื่อนคนอื่น ๆ ไปไกลมากแล้ว”

เขาขยับดันแว่นขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาที่จ้องมองมานั้นใสกระจ่างและเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ

“นักเรียนจ้าวมิน ครูเฝ้าสังเกตเธอมานานแล้ว ความเข้าใจของเธอที่มีต่อโครงสร้างร่างกายมนุษย์และสุขอนามัยนั้นเรียกได้ว่าก้าวพ้นขอบเขตของตำราเรียนไปเสียด้วยซ้ำ ความนิ่งสงบและความแม่นยำยามที่เธอจัดการกับบาดแผล คือสิ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนยังทำไม่ได้เลย นี่คือพรสวรรค์ที่ล้ำค่ามาก”

ทุกถ้อยคำของหยางหมิงยวี่เปรียบเสมือนก้อนหินที่ถูกขว้างออกไปอย่างแม่นยำ ตกกระทบลงกลางห้วงหัวใจของจ้าวมินที่ภายนอกดูเหมือนถูกแช่แข็ง แต่ภายในกลับสั่นคลอนเป็นระลอกคลื่นรุนแรง

ตั้งแต่เด็กจนโต เธอได้รับฟังคำวิจารณ์มานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น "ยัยตัวประหลาด" "เด็กสาวใจแตก" "พวกเก็บตัว" หรือ "คนที่เข้ากับใครไม่ได้"

แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนนิยามตัวตนของเธอว่าคือ "พรสวรรค์"

และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่มีคนมองเห็น "ความเป็นมืออาชีพ" และ "ศักยภาพ" จากพฤติกรรมที่ใครต่อใครต่างตราหน้าว่ามัน "พิลึกพิลั่น"

“เงินอุดหนุนก้อนนี้ไม่ได้มีไว้เพราะครอบครัวเธอลำบาก แล้วโรงเรียนเกิด 'เวทนา' เธอขึ้นมา แต่มันเป็นเพราะโรงเรียนมองเห็นประกายแสงในตัวเธอ และเชื่อว่าเธอเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมจนควรค่าแก่การลงทุนและฟูมฟัก จึงมอบการสนับสนุนให้ล่วงหน้า เพื่อหวังว่าเธอจะสามารถปลดปล่อยพรสวรรค์ออกมาได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมีเรื่องใดให้ต้องพะวงอยู่เบื้องหลังอีก”

หยางหมิงยวี่มองดูริมฝีปากที่เผยอค้างด้วยความตกตะลึงของเธอ ก่อนจะเอ่ยต่อ “ในห้อง 14 ของพวกเรา ทุกเกียรติยศและทรัพยากรไม่ได้มาเพราะโชคช่วย หลินเทียนใช้คะแนนสอบแลกมาซึ่งความเคารพและอภิสิทธิ์ ส่วนเธอ... เธอใช้พรสวรรค์และคุณสมบัติที่มี แลกมาซึ่งการสนับสนุนในครั้งนี้ มันไม่ใช่การสงเคราะห์ แต่มันคือสิ่งที่คุณหามาได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นเธอจึงไม่จำเป็นต้องก้มหัวขอบคุณใครทั้งนั้น แค่หยัดหลังให้ตรงแล้วยอมรับมันไว้อย่างผ่าเผยก็พอ”

ถ้อยแถลงนั้นไหลลื่นราวม่านน้ำ และเย็บปิดทุกช่องโหว่จนไม่อาจโต้แย้งได้

หยางหมิงยวี่สับเปลี่ยนแนวคิดอย่างแนบเนียน เขาเปลี่ยน "ทุนช่วยเหลือผู้ยากไร้" ทั่วไป ให้กลายเป็น "ทุนการศึกษา" ที่วัดจากมาตรฐานของ "ความสามารถ"

วิธีนี้เป็นการอ้อมผ่านกำแพงทิฐิอันเปราะบางของจ้าวมินได้อย่างหมดจด ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธ และไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะผลักไสมันออกไป

เพราะหากเธอปฏิเสธ นั่นย่อมเท่ากับการปฏิเสธพรสวรรค์และคุณค่าในตัวเอง

แต่หากเธอยอมรับ มันย่อมหมายถึงการยอมรับใน "คำนิยามอันสูงส่ง" ที่ครูมีต่อเธอ

จ้าวมินยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอรู้สึกราวกับว่าป้อมปราการที่สร้างขึ้นจากขวากหนามและความเย็นชามาตลอดสิบกว่าปี กำลังถูกคำพูดของชายผู้นี้รื้อถอนลงมาทีละก้อน... ทีละก้อน

เธอก้มลงมองใบสมัครในมือ ตัวอักษรคำว่า "นักเรียนยากไร้" ที่เคยทิ่มแทงตา ดูเหมือนจะไม่แผดเผาใจเธอเท่าเดิมอีกต่อไปแล้ว

“หนู...” เธอพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีบางสิ่งจุกอยู่ จนไม่อาจเค้นคำพูดออกมาได้แม้แต่คำเดียว

“รายละเอียดส่วนใหญ่ครูช่วยกรอกให้แล้ว เธอแค่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วเซ็นชื่อลงไปในช่องสุดท้ายก็พอ” หยางหมิงยวี่ชี้ไปที่ปากกาบนโต๊ะ “เมื่อเซ็นชื่อแล้ว ในแต่ละเทอมจะมีเงินโอนเข้าบัตรสวัสดิการของเธอโดยตรง”

ขอบตาของจ้าวมินเริ่มแดงระเรื่ออย่างไม่อาจควบคุม

เธอนึกถึงผู้เป็นพ่อในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาเลิกดื่มเหล้า เลิกดุด่า และถึงกับเริ่มหัดทำกับข้าวอย่างเงอะงะ เขาจะเปิดไฟทิ้งไว้รอเธอ และอุ่นนมอุ่น ๆ ไว้ให้ในยามที่เธอกลับจากเรียนเสริมตอนค่ำ บ้าน... เริ่มจะมีความหมายเหมือนคำว่า "บ้าน" ขึ้นมาบ้างแล้ว

และถ้าหากมีเงินก้อนนี้เพิ่มเข้ามา... ค่าหยูกยาของแม่ก็คงไม่ต้องกังวลไปอีกพักใหญ่

เธอจะสามารถนั่งเรียนในห้องได้อย่างสบายใจ ได้อ่านหนังสือที่อยากอ่าน และเรียนรู้ในสิ่งที่ใจปรารถนา

เธอเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตา มือบางหยิบปากกาขึ้นมา ปลายของมันสั่นระริกตามแรงบีบที่สื่อถึงความรู้สึกอันอัดอั้น

ณ พื้นที่ว่างด้านล่างสุดของใบสมัคร เธอจรดปากกาเขียนชื่อตัวเองลงไปทีละเส้นอย่างตั้งใจ — จ้าวมิน

หลังจากสิ้นสุดตัวอักษรสุดท้าย ราวกับว่าเธอได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีไปในคราวเดียว

เธอไม่ได้เอ่ยคำขอบคุณ เพียงแต่วางใบสมัครที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วลงบนโต๊ะของหยางหมิงยวี่เบา ๆ จากนั้นจึงค้อมกายลงคำนับเขาอย่างสุดตัว... ลึกซึ้งและยาวนาน

ไร้ซึ่งถ้อยคำ แต่ทุกสิ่งได้ถูกสื่อสารผ่านความเงียบนั้นอย่างครบถ้วน

หยางหมิงยวี่น้อมรับการแสดงความเคารพนั้นไว้อย่างสงบ เขารู้ดีว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ภูเขาน้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดได้ถูกเขาละลายจนหมดสิ้นแล้ว

“เอาล่ะ กลับไปได้แล้ว” เขากล่าวด้วยความอ่อนโยน “จำสิ่งที่ครูพูดในวันนี้เอาไว้ให้ดี เธอคืออัจฉริยะ และอัจฉริยะ... ก็ควรจะมีวิถีทางในแบบของอัจฉริยะ”

จ้าวมินพยักหน้าเงียบ ๆ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องพักครูไป

แผ่นหลังของเธอยังคงดูผอมบางเช่นเดิม แต่กระดูกสันหลังที่เคยก้มโค้งแบกรับโลกทั้งใบมาตลอด กลับดูจะเหยียดตรงขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ทันสังเกตเห็น

...

เมื่อคลี่คลายปัญหาของจ้าวมินได้แล้ว หยางหมิงยวี่ก็รู้สึกปลอดโปร่งใจเป็นอย่างยิ่ง

วันเวลาต่อจากนั้น บรรยากาศการเรียนของห้อง 14 ทั้งหมดได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในวงจรที่เปี่ยมไปด้วยพลัง

“กลุ่มเจาะทะลวงสายวิทย์” ที่นำโดยหลินเทียน กลายเป็นหัวรถจักรหลักที่คอยลากจูงห้องเรียนไปข้างหน้า ภายใต้รัศมีของความเป็น "ฮีโร่" และความรับผิดชอบที่หนักอึ้งขึ้น หลินเทียนได้สลัดคราบเด็กเก็บตัวทิ้งไป และเริ่มสวมบทบาท "ครูตัวน้อย" อย่างเต็มใจ แม้เขาจะยังคงเป็นคนไร้ความอดทนอยู่เหมือนเดิม แต่การอธิบายโจทย์กลับดูคล่องแคล่วและเชี่ยวชาญมากขึ้นทุกที

ส่วนเฉินจิ้ง รองหัวหน้ากลุ่มที่ถูกผลักขึ้นเวทีอย่างไม่เต็มใจ ก็ถูกบังคับให้ต้องสื่อสารกับเพื่อน ๆ ในชั้นตาม "ภาระหน้าที่" สรุปบทเรียนที่เธอจัดระเบียบขึ้น ถูกหยางหมิงยวี่ตั้งชื่อให้ว่า "คัมภีร์ความรู้ห้อง 14" ซึ่งทุกครั้งที่มีการอัปเดตบทใหม่ มักจะสร้างกระแสความตื่นตัวในการเรียนไปทั่วทั้งห้อง เสียงของเธอยังคงเบาบางเหมือนเคย ทว่าตอนนี้เธอกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเองอย่างชัดเจนกลางวงอภิปรายกลุ่มแล้ว

ทางด้านการเปลี่ยนแปลงของจ้าวมินนั้น เป็นไปอย่างเงียบเชียบทว่าลึกซึ้งราวม่านฝนที่หล่อเลี้ยงพื้นดิน

เธอไม่ใช่ "วิญญาณเร่ร่อน" ที่ลอยอยู่นอกกลุ่มอีกต่อไป เธอเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในการอภิปรายในชั้นเรียน โดยเฉพาะในวิชาชีววิทยา คำถามที่เธอหยิบยกมาถามมักจะทำให้ครูผู้สอนต้องหยุดคิดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะตอบได้ ความสุขุมและเหตุผลของเธอกลายเป็นเสาหลักที่คอยยึดเหนี่ยวชั้นเรียนในยามที่เกิดความวุ่นวาย

แม้แต่ "นักเรียนเจ้าปัญหา" อย่างหวังฮ่าวและจางเหว่ย ก็ยังถูกคลื่นลูกนี้พัดพาให้ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน

หวังฮ่าวพบว่า "พลังเงินตรา" ที่เขาเคยภูมิใจนักหนา กลับดูซีดเซียวไร้ค่าเมื่ออยู่ต่อหน้ารัศมีเทพเจ้าสายเทคนิคอย่าง "พี่เทียน" ของเขา เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงบางอย่างที่มากกว่าความเกลียดชังต่อ "ความรู้"... นั่นคือความสงสัยใคร่รู้

ฝั่งจางเหว่ย ภายใต้การเคี่ยวเข็ญแบบ "เสียไม่ได้" ของหลินเทียน เขากลับเริ่มเข้าใจพื้นฐานของฟิสิกส์กลศาสตร์ขึ้นมาจริง ๆ และเมื่อเขาพบว่าทุกท่วงท่าในการวิ่งร้อยเมตรของเขาสามารถอธิบายได้ด้วยกฎของนิวตัน เขาก็รู้สึกเป็นครั้งแรกว่า การเรียนมันก็... ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นนี่นา

ห้อง 14 ทั้งห้องเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่ถูกปรับตั้งมาอย่างประณีต ฟันเฟืองทุกตัวต่างขับเคลื่อนไปในวิถีของตัวเองอย่างช้า ๆ ก่อนจะฉุดรั้งให้ฟันเฟืองข้างเคียงหมุนตามและเร่งความเร็วไปพร้อม ๆ กัน

ฝีเท้าของการสอบกลางภาคเริ่มขยับใกล้เข้ามาทุกขณะ

ทว่าในคราวนี้ ใบหน้าของเหล่านักเรียนห้อง 14 ไม่หลงเหลือร่องรอยของความเคว้งคว้างหรืออาการไม่แยแสเหมือนเก่าอีกต่อไป

ในแววตาของพวกเขานั้นมีบางสิ่งที่เพิ่มพูนขึ้นมา

บางสิ่งที่เรียกขานว่า "ความหวัง" และ "จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้"

ในอีกด้านหนึ่ง หลิวเฟิง ครูประจำชั้นห้องคิง ก็เริ่มตั้งหลักได้หลังจากอาการซวนเซจากความพ่ายแพ้ในช่วงแรก

เขาไม่ได้ออกมาท้าทายอย่างโจ่งแจ้งเหมือนเก่า และกลายเป็นคนเงียบขรึมผิดปกติ ทว่าความเข้มข้นและแรงกดดันในการเรียนที่เขามอบให้ห้องคิงนั้นกลับรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ข้อสอบและแบบฝึกหัดระดับมหาหินถูกแจกจ่ายลงไปราวกระแสธารหิมะที่พัดกระหน่ำ

ทุกคนต่างล่วงรู้ดีว่า หลิวเฟิงกำลังกักเก็บความขุ่นข้องหมองใจนั้นไว้ในอก

เขาตั้งใจจะเอาศักดิ์ศรีที่สูญสิ้นไปในตอนสอบย่อยคืนกลับมาในการสอบกลางภาคครั้งนี้ ทั้งต้นและดอกอย่างสาสม

มหาสงครามแห่งเกียรติยศระหว่างสองห้องเรียน กำลังจะระเบิดขึ้นในอีกไม่ช้า

สนับสนุนผู้เขียน

หากคุณชอบตอนนี้ สามารถให้กำลังใจผู้เขียนได้ ของขวัญมีผลต่อการจัดอันดับเรื่องด้วยนะ!

0 ยอดอ่าน0 ความคิดเห็น0 การสนับสนุน

ความคิดเห็น
0

U

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!