toonico

#028

บทที่ 28: ปาฏิหาริย์! หรือว่าทุจริต?

บทที่ 28: ปาฏิหาริย์! หรือว่าทุจริต?

“หลินเทียน”

เมื่อชื่อนี้ปรากฏออกมาจากแถบปิดผนึกและสะท้อนเข้าสู่สายตาของทุกคนในห้องพักครู เวลาดูเหมือนจะถูกกดปุ่มหยุดนิ่งไว้ในวินาทีนั้นเอง

มวลอากาศหยุดชะงัก เสียงรอบข้างเงียบหายไป

โลกทั้งใบเหลือเพียงข้อสอบคณิตศาสตร์ที่กางอยู่อย่างไร้ที่ติกับชื่อนั้น... ม.4 ห้อง 14 หลินเทียน

ตัวอักษรไม่กี่ตัวนี้เปรียบเสมือนค้อนหนักที่มองไม่เห็น กระแทกเข้ากลางใจของอาจารย์ทุกคนในที่นั้นอย่างรุนแรงจนมึนงง กระบวนการรับรู้และตรรกะเดิมๆ ของพวกเขาพังทลายลงในชั่วพริบตา

ความเงียบที่แสนอึดอัดและน่าหายใจไม่ออกดำเนินไปยาวนานกว่าสิบวินาที

“มะ... เป็นไปไม่ได้...”

เสียงคำรามต่ำที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมรับทำลายความเงียบนั้นลง

เขาคือ หลิวเฟิง

ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากสีซีดเผือดกลายเป็นสีม่วงคล้ำเหมือนตับหมู ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่ข้อสอบแผ่นนั้นราวกับจะใช้สายตาแผดเผามันให้ทะลุ เขาไม่สามารถยอมรับ และปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงที่ไร้สาระและพิลึกพิลั่นนี้

“มันต้องโกงแน่ๆ!”

เสียงของหลิวเฟิงแหลมสูงและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับคนกำลังจมน้ำที่คว้าเอาฟางเส้นสุดท้ายไว้ได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมงานรอบตัวที่ยังคงตกตะลึง แล้วใช้น้ำเสียงที่เด็ดขาดสรุปผลของ “ปาฏิหาริย์” ครั้งนี้ทันที

“ใช่! มันต้องเป็นแบบนี้แน่! มันต้องใช้วิธีบางอย่างแอบเอาเฉลยมาไว้ก่อน! หรือไม่ก็ลอกคนอื่นในห้องสอบ! เวลาแค่เดือนเดียว เด็กติดเกมที่เรียนห่วยจะสอบได้คะแนนเกือบเต็ม แถมทำโจทย์ข้อพิเศษได้ด้วยเนี่ยนะ? มันผิดกฎเกณฑ์การศึกษา! มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์! คำอธิบายเดียวที่มีคือ... ทุจริต!

คำพูดของเขาเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ทุ่มลงในบึงที่นิ่งสงบ ทำให้เกิดระลอกคลื่นซัดสัดออกมาทันที

บรรดาอาจารย์ที่เคยอึ้งจนพูดไม่ออก ดูเหมือนจะเจอคำอธิบายที่สมเหตุสมผลพอที่จะทำให้พวกเขายอมรับความจริงข้อนี้ได้

“นั่นสิ... คะแนนมันเกินจริงไปมาก” “ฉันจำได้ว่าเด็กที่ชื่อหลินเทียน คะแนนสอบเข้ามัธยมปลายยังไม่ถึงเกณฑ์ผ่านเลยนะ อยู่ดีๆ จะมาตาสว่างขนาดนี้ได้ไง?” “โจทย์ข้อพิเศษขนาดหลี่ฮ้าวยังทำไม่ได้ แล้วมันทำได้? เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ!”

คำว่า “ทุจริต” แพร่กระจายไปทั่วห้องพักครูราวกับไวรัส มันทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจขึ้น เพราะการยอมรับว่ามีการโกง หมายความว่าประสบการณ์และกฎเกณฑ์การศึกษาที่พวกเขาเชื่อมั่นมาตลอดนั้นไม่ได้ผิด คนที่ผิดคือเด็กที่ไม่ซื่อสัตย์คนหนึ่งเท่านั้น

อาจารย์จาง หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ เป็นคนเดียวที่ยังคงรักษาความใจเย็นไว้ได้บ้าง แม้เขาจะรู้สึกเหลือเชื่อ แต่ในฐานะครูสายวิทย์ที่เคร่งครัด เขาเชื่อในหลักฐานมากกว่า เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “อาจารย์หลิว พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ การทุจริตเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ถ้ายังไม่มีหลักฐาน เราจะไปตัดสินนักเรียนส่งเดชไม่ได้”

“หลักฐานเหรอ?” หิวเฟิงแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา เขารู้สึกเหมือนกุมจุดตายในการโต้กลับไว้ได้ “หลักฐานก็อยู่ในห้องสอบนั่นไง! ผมขอเรียกร้องให้เปิดดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของห้องสอบที่ 1 เดี๋ยวนี้! ผมจะตรวจสอบด้วยตัวเองว่ามันโกงจริงไหม!”

ข้อเสนอนี้ได้รับความเห็นชอบจากทุกคนทันที

“ใช่! เปิดวงจรปิดเลย!” “ดูวงจรปิดปุ๊บ ทุกอย่างก็กระจ่าง!”

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องความจริงแท้ของข้อสอบแผ่นเดียวอีกต่อไป แต่มันลุกลามกลายเป็นสงครามเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีในอาชีพครูของพวกเขา ถ้าคะแนนของหลินเทียนเป็นของจริง นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทั้งหมดที่สั่งสอนเด็กมาหลายสิบปีเป็นพวกไร้ฝีมือหรอกหรือ? และหยางหมิงอวี่ที่พวกเขาดูแคลนมาตลอดต่างหากที่เป็นเทพเจ้าตัวจริง?

ไม่มีใครยอมรับเรื่องนี้ได้

อาจารย์จางมองดูเพื่อนร่วมงานที่กำลังเดือดดาล สลับกับใบหน้าสีม่วงคล้ำของหลิวเฟิง ก็รู้ว่าเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ เขาถอนหายใจและพยักหน้า “ตกลง เพื่อความยุติธรรมและเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนักเรียน ผมจะไปขออนุญาตหัวหน้าฝ่ายปกครองเพื่อขอดูวงจรปิดเอง”

ห้องฝ่ายปกครองตั้งอยู่ที่ชั้นสองของตึกบริหาร

หัวหน้าหวังไห่เต๋อ ในตอนนี้กำลังนั่งจิบน้ำชาอวี่เฉียนหลงจิ่งอย่างสบายอารมณ์

การสอบย่อยสิ้นสุดลงอย่างราบรื่นโดยไม่มีเรื่องวุ่นวาย ทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย ส่วนเรื่องผลคะแนน สำหรับเขานั้นไม่มีอะไรต้องลุ้น ห้องกิฟต์เตดยังคงนำโด่ง ห้องทั่วไปอยู่ในระดับกลาง และห้อง 14 ที่เป็น “ถังขยะ” ประจำโรงเรียน ก็คงจะนั่งเก้าอี้อันดับสุดท้ายอย่างมั่นคงดุจขุนเขาแน่นอน

เขายังแอบรู้สึกเห็นใจเจ้าหนุ่มหยางหมิงอวี่อยู่บ้าง คนหนุ่มมีไฟน่ะเป็นเรื่องดี แต่ดันซื่อบื้อไม่รู้จักเจียมตัว ไปวางเดิมพันที่โลกตะลึงขนาดนั้น ตอนนี้คงกำลังกลุ้มใจล่ะสิว่าจะจบเรื่องยังไง

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูที่ถี่รัวขัดจังหวะความคิดของเขา

“เชิญครับ”

ประตูถูกเปิดออก อาจารย์จางหัวหน้ากลุ่มสาระเลข เดินนำหลิวเฟิงที่มีสีหน้าโกรธจัดและอาจารย์เลขอีกไม่กี่คนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา

“หัวหน้าหวังครับ” สีหน้าของอาจารย์จางเคร่งเครียดมาก

“อ้าว อาจารย์จาง มีอะไรเหรอครับ? มากันเยอะขนาดนี้ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” หวังไห่เต๋อวางถ้วยน้ำชาลงพลางถามด้วยความฉงน

อาจารย์จางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วรายงานเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวบรัด เมื่อเขาพูดถึงประโยคที่ว่า “นักเรียนหลินเทียน ห้อง ม.4 ห้อง 14 คะแนนวิชาเลขเกือบเต็ม และสงสัยว่ามีการทุจริต” ถ้วยน้ำชาในมือหวังไห่เต๋อแทบจะหลุดมือ

“อะไรนะ!” เขาเบิกตากว้างทันที “หลินเทียนห้อง 14? ไอ้เด็ก... เด็กติดเกมคนนั้นน่ะเหรอ?”

“ใช่ครับ”

“คะแนนเลขเกือบเต็ม? แถมทำโจทย์ข้อพิเศษ... ได้ด้วย?”

“ใช่ครับ”

หวังไห่เต๋อรู้สึกว่าหูของเขาอาจจะมีปัญหา ข่าวนี้มันน่าตกตะลึงและไร้สาระยิ่งกว่าได้ยินว่ามีเด็กห้อง 14 สอบได้ศูนย์คะแนนเสียอีก ปฏิกิริยาแรกของเขาเหมือนกับหลิวเฟิงเป๊ะ

“ทุจริต! ต้องทุจริตแน่นอน!” เขาตบโต๊ะดังปัง ใบหน้าแสดงความเกรี้ยวกราด “นักเรียนสมัยนี้ชักจะเหิมเกริมกันใหญ่แล้ว! ปล่อยไว้ไม่ได้! ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด!”

ใบหน้าของหลิวเฟิงมีรอยยิ้มแห่งผู้ชนะผุดขึ้นมาแวบหนึ่ง เห็นไหม ขนาดหัวหน้าฝ่ายปกครองยังบอกว่าโกง เรื่องนี้จบเห่แน่

“หัวหน้าหวังครับ พวกเราขออนุมัติเปิดดูวิดีโอวงจรปิดห้องสอบที่ 1 เพื่อตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลยครับ!” หิวเฟิงรีบเสริมด้วยน้ำเสียงรุกไล่

“เปิด! ต้องเปิด!” หวังไห่เต๋อโบกมือเด็ดขาด แล้วรีบยกหูโทรศัพท์หาศูนย์โสตทัศนูปกรณ์ที่ดูแลระบบรักษาความปลอดภัย “เสี่ยวหลี่ ผมหวังไห่เต๋อนะ คุณรีบเอาไฟล์วงจรปิดห้องสอบที่ 1 ของการสอบเลขเมื่อเช้ามาที่ห้องผมเดี๋ยวนี้! ใช่ ทั้งหมด! ด่วนที่สุด!”

น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ในมุมมองของเขา นี่ไม่ใช่แค่คดีเด็กโกงข้อสอบ แต่มันคืออุบัติเหตุทางการศึกษาที่ร้ายแรง! ไอ้หยางหมิงอวี่นั่น ไม่รู้จักสั่งสอนนักเรียนให้ดี กลับปล่อยให้นักเรียนใช้วิธีแบบนี้มาเล่นตลกเพื่อให้เดิมพันของตัวเองสำเร็จงั้นเหรอ? จิตสำนึกแย่มาก! ถ้าตรวจสอบพบความจริงเมื่อไหร่ต้องจัดการให้หนัก! ไม่ใช่แค่เด็ก แต่ครูประจำชั้นอย่างมันก็ต้องรับผิดชอบด้วย!

สิบนาทีต่อมา เจ้าหน้าที่เสี่ยวหลี่หอบแล็ปท็อปวิ่งหน้าตั้งมาที่ห้องหัวหน้าฝ่ายปกครอง

ในห้องทำงานเล็กๆ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยผู้คน อาจารย์เกือบทั้งหมดของสายชั้น ม.4 ที่ไม่มีคาบสอนต่างแห่กันมาเพื่อเป็นสักขีพยานในการ “พิพากษา” ครั้งนี้

หยางหมิงอวี่ถูก “เชิญ” มาด้วยเช่นกัน

เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้อง เห็นบรรยากาศที่เหมือนกับการไต่สวนแบบสามศาลตัดสิน เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ปรายตามองหวังไห่เต๋อที่กำลังโกรธจัด และหลิวเฟิงที่ส่งสายตาเหมือนผู้ชนะมาให้ เขาก็เดาเรื่องราวออกทั้งหมดแล้ว

“อาจารย์หยาง คุณมาก็ดีแล้ว!” หวังไห่เต๋อแค่นเสียงเหอะเมื่อเห็นเขา “ดูลูกศิษย์ที่คุณสอนมาสิ! เพื่อจะช่วยคุณชนะพนัน ถึงกับกล้าโกงข้อสอบเลยเหรอ!”

หยางหมิงอวี่ไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่เดินไปยืนนิ่งๆ ที่มุมห้อง ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนเมฆลอยลม ราวกับเรื่องตรงหน้าไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

ท่าทางที่เหมือน “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” นี้ ยิ่งทำให้หลิวเฟิงเดือดดาลมากขึ้น

“หยางหมิงอวี่ ไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นนิ่งหรอก! เดี๋ยวพอดูวงจรปิดเสร็จ ผมอยากจะรู้นักว่าคุณจะมีหน้าพูดอะไรอีก!” หลิวเฟิงตวาดเสียงแข็ง

ในที่สุดหยางหมิงอวี่ก็เงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง แล้วพูดนิ่งๆ ว่า “ผมยังยืนยันคำเดิมครับ ในเมื่อยังไม่มีหลักฐาน กรุณาอย่าใส่ความนักเรียนของผมส่งเดช... ผมเชื่อใจเขา”

“เชื่อใจเหรอ? ฮ่าๆ ความเชื่อใจของคุณจะมีประโยชน์อะไร!” หลิวเฟิงหัวเราะลั่น “ข้อเท็จจริงจะทำให้คุณไม่มีที่ยืน!”

“เอาล่ะ เลิกเถียงกันได้แล้ว!” หวังไห่เต๋อขัดจังหวะอย่างรำคาญ “เริ่มเปิดได้!”

เสี่ยวหลี่รีบเชื่อมต่อวิดีโอวงจรปิดเข้ากับโปรเจกเตอร์ในห้องทำงาน ภาพจากกล้องถูกฉายลงบนฉากสีขาวบนผนัง

ในภาพ นักเรียนห้องสอบที่ 1 นั่งตัวตรง บรรยากาศการสอบที่ตึงเครียดแผ่ออกมานอกหน้าจอ

“ซูมเข้าไป! เล็งไปที่ที่นั่งของหลินเทียน!” หลิวเฟิงสั่งการทันที

เสี่ยวหลี่เลื่อนเมาส์ ภาพถูกขยายใหญ่ขึ้นจนในที่สุด ใบหน้าที่จดจ่อของหลินเทียนและโต๊ะเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏชัดเจนต่อสายตาทุกคน

ภายในห้องทำงานพลันเงียบสนิทลงทันที

ดวงตาทุกคู่จ้องเขม็งไปที่ฉากสีขาวนั้น ไม่ยอมให้รายละเอียดใดๆ หลุดรอดสายตาไปได้

เวลาในวิดีโอค่อยๆ ไหลผ่านไปตั้งแต่นาทีแรกของการเริ่มสอบ

หลินเทียนในภาพ ในช่วงห้านาทีแรก เขานั่งนิ่งไม่ขยับเลยจริงๆ เหมือนที่หลี่ฮ่าวบอก เขาเพียงแค่มองข้อสอบ

“ดูสิ! มันต้องกำลังรอจังหวะแน่ๆ! รอช่วงที่ครูไม่ทันสังเกต แล้วค่อยหยิบโพยที่เตรียมไว้ออกมา!” อาจารย์คนหนึ่งกระซิบเบาๆ

ทว่า หลังจากห้านาทีผ่านไป หลินเทียนก็เริ่มลงมือทำข้อสอบ

ท่วงท่าของเขาไม่เร็วนักแต่มีจังหวะที่สม่ำเสมอ เขาเขียนไปสักพักก็จะหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วเขียนต่อ สายตาของเขาไม่เคยละไปจากกระดาษข้อสอบและกระดาษร่างเลยแม้แต่นิดเดียว

สิบนาทีผ่านไป... สามสิบนาทีผ่านไป... หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...

วิดีโอถูกเร่งความเร็วเป็นสองเท่า แต่เนื้อหาในภาพกลับดูน่าเบื่ออย่างร้ายกาจ

หลินเทียนเหมือนพระแก่ที่กำลังเข้าฌาน นอกจากความคิดและการรัวปากกาเขียนแล้ว เขาไม่มีการกระทำที่เกินเลยอย่างอื่นเลย เขาไม่มองซ้ายมองขวา ไม่กระซิบกระซาบ และที่สำคัญคือเขาไม่ได้หยิบกระดาษหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ออกมาจากที่ไหนทั้งสิ้น

นักเรียนรอบตัวเขาต่างก้มหน้าก้มตาทำข้อสอบของตัวเอง ไม่มีใครติดต่อสื่อสารกับเขาในรูปแบบใดๆ เลย

บรรยากาศในห้องทำงานเริ่มเปลี่ยนเป็นความพิศวงและแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ

สีหน้าที่เหมือนจะบอกว่า “นั่นไงล่ะ” ของบรรดาอาจารย์ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความงุนงงและสับสนอย่างหนัก

รอยยิ้มเยาะเย้ยบนหน้าหลิวเฟิงแข็งค้างไปนานแล้ว เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดซึมตามไรผม เขากำหมัดแน่นจ้องหน้าจอเขม็ง พยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ในใจว่า: ใจเย็นๆ ช่วงหลังต้องมีแน่! มันไม่มีทางจะสะอาดขนาดนี้หรอก!

ใบหน้าของหวังไห่เต๋อก็เปลี่ยนจากความโกรธจัดกลายเป็นความเคร่งขรึม เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ไม่พูดจา แต่หัวคิ้วที่ขมวดมุ่นแสดงให้เห็นว่าในใจเขากำลังว้าวุ่นอย่างหนัก

วิดีโอเล่นมาถึงสามสิบนาทีสุดท้าย

นี่คือช่วงเวลาของการพิชิตโจทย์ข้อพิเศษ

บนหน้าจอ หลินเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในการสอบทั้งหมดที่เขาแสดงสีหน้าว่า “เจอปัญหา” เขาหยุดปากกาและใช้เวลาคิดนานถึงห้านาทีเต็ม

“มาแล้ว! จะมาแล้ว!” หัวใจของหลิวเฟิงเต้นระรัวถึงลำคอ เขารู้สึกว่าจุดอ่อนต้องโผล่ออกมาตรงนี้แน่!

ทว่า ห้านาทีต่อมา หลินเทียนดูเหมือนจะบรรลุแจ้งในตรรกะบางอย่าง หัวคิ้วที่ขมวดคลายออก เขาจรดปากกาอีกครั้ง หลังจากนั้น ปลายปากกาของเขาก็ไม่เคยหยุดพักเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาร่ายขั้นตอนการคำนวณออกมาอย่างลื่นไหลเหมือนสายน้ำจนกระทั่งเสร็จสิ้นการประมวลผลทั้งหมด

เมื่อเสียงกระดิ่งหมดเวลาสอบดังขึ้น หลินเทียนในภาพวางปากกาลงอย่างสงบ แล้วผ่อนลมหายใจออกมายาวๆ

วิดีโอวงจรปิดความยาว 2 ชั่วโมงเต็มจบลงแล้ว

ไม่มีการทุจริต

ไม่มีการกระทำใดที่เข้าข่าย หรือแม้แต่จะน่าสงสัยว่าเป็นการทุจริตเลยแม้แต่นิดเดียว

วิดีโอวงจรปิดที่ หลิวเฟิง เคยมองว่าเป็น "หลักฐานมัดตัว" ที่จะใช้เผด็จศึก กลับกลายเป็นหลักฐานยืนยัน "ความบริสุทธิ์" ของหลินเทียนที่ทรงพลังที่สุดในท้ายที่สุด

“แป๊ก!”

แสงจากโปรแกรมเตอร์ดับลง ภายในห้องทำงานกลับตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าอีกครั้ง

ทว่าความเงียบในครั้งนี้ ไม่ใช่ความเงียบจากความตกตะลึงเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความเงียบที่ผสมปนเประหว่างความกระอักกระอ่วน ความรู้สึกพิลึกพิลั่น และความมึนงงหลังจากได้รับแรงกระแทกมหาศาล

“เป็น... เป็นไปได้... เป็นไปได้ยังไง?”

หลิวเฟิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดสภาพ ปากก็เอาแต่พึมพำประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา ความเชื่อมั่นของเขาถูกทำลายจนย่อยยับด้วยภาพวิดีโอที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกแผ่นนั้น ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวราวกับถูกใครบางคนตบหน้าอย่างแรงสักร้อยฉาดต่อหน้าสาธารณชน

ทางด้าน หวังไห่เต๋อ สีหน้าก็ย่ำแย่ถึงขีดสุด เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างอะไรกับไอ้โง่ที่ถูกปั่นหัวจนดูน่าขำ ภาพลักษณ์ความเกรี้ยวกราดดุดันเมื่อครู่ พอมานึกย้อนดูในตอนนี้มันช่างดูตลกสิ้นดี

ภายในห้องพักครูไม่มีใครกล้าปริปากพูด

หากไม่ใช่การทุจริต นั่นหมายความว่าอย่างไร?

  • หมายความว่า: เด็กติดเกมที่เรียนห่วยซึ่งทุกคน (รวมถึงตัวหวังไห่เต๋อเอง) ต่างตราหน้าว่า "เกินเยียวยา" ได้ทำภารกิจลอกคราบสร้างปาฏิหาริย์สำเร็จจริงๆ ภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน!
  • หมายความว่า: เดิมพันของหยางหมิงอวี่ที่ทุกคน (รวมถึงตัวหวังไห่เต๋อเอง) ต่างหัวเราะเยาะว่าเป็น "นิทานหลอกเด็ก" ได้กลายเป็นความจริงขึ้นมาด้วยวิธีการที่เหนือชั้นเกินกว่าใครจะคาดคิด!

ความจริงข้อนี้เปรียบเสมือนภูเขาที่มองไม่เห็นซึ่งกดทับอยู่บนหน้าอกของทุกคน จนทำให้พวกเขารู้สึกหายใจไม่ออก มันสั่นคลอนประสบการณ์การสอนที่สั่งสมมานานหลายสิบปี และสั่นคลอนรากฐานทางวิชาชีพที่พวกเขาใช้ทำมาหากิน

ท่ามกลางความเงียบที่แสนอึดอัดนั้น เสียงที่ราบเรียบเสียงหนึ่งก็ค่อยๆ ดังขึ้น

เขาคือ หยางหมิงอวี่

เขาเดินออกมาจากมุมห้อง ก้าวเดินทีละก้าวอย่างมั่นคงมาหยุดอยู่กลางห้องทำงาน

เขาไม่ได้ปรายตามองหลิวเฟิงที่กำลังขวัญเสีย และไม่ได้มองหวังไห่เต๋อที่ใบหน้าเขียวคล้ำ สายตาของเขาเพียงแค่กวาดมองอาจารย์ทุกคนที่อยู่ในที่นั้น น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แต่กลับชัดเจนในโสตประสาทของทุกคน

“อาจารย์ทุกท่านครับ ตอนนี้วิดีโอวงจรปิดก็ดูจบแล้ว”

“ผมแค่อยากจะถามคำเดียว”

“คะแนนของนักเรียนผม หลินเทียน... ยังมีปัญหาอะไรอีกไหมครับ?”

ประโยคนี้เปรียบเสมือนหมัดหนักที่ชกเข้าที่ใบหน้าของทุกคนอย่างจัง

ไม่มีใครตอบคำถามนั้น

เพราะความจริง... ได้ทำหน้าที่ให้คำตอบที่เสียงดังที่สุดไปเรียบร้อยแล้ว

สนับสนุนผู้เขียน

หากคุณชอบตอนนี้ สามารถให้กำลังใจผู้เขียนได้ ของขวัญมีผลต่อการจัดอันดับเรื่องด้วยนะ!

0 ยอดอ่าน0 ความคิดเห็น0 การสนับสนุน

ความคิดเห็น
0

U

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!