toonico

#027

บทที่ 27: กระแสคลื่นในห้องตรวจข้อสอบ

บทที่ 27: กระแสคลื่นในห้องตรวจข้อสอบ

การสอบย่อยที่กินเวลาสองวันเต็มได้ปิดฉากลงพร้อมกับเสียงสัญญาณสุดท้าย

เส้นประสาทที่ตึงเครียดพลันหย่อนคลายลงทันที กลิ่นอายความเงียบสงัดในโรงเรียนถูกแทนที่ด้วยเสียงจ้อกแจ้กจอแจของการระบายความอัดอั้น นักเรียนพากันหลั่งไหลออกจากห้องสอบ จับกลุ่มกันเทียบคำตอบ บ่นถึงความยากของโจทย์ หรือไม่ก็สลัดความทรมานชั่วคราวนี้ทิ้งไป แล้วเริ่มคุยกันว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหนในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้

คนที่ทำได้ก็หน้าบานเป็นจานเชิง ส่วนคนที่ทำไม่ได้ก็หน้าเศร้าบอกบุญไม่รับ เป็นภาพสะท้อนวิถีชีวิตในโรงเรียนที่เห็นจนชินตา

นักเรียนห้อง ม.4 ห้อง 14 ส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่มหลัง พวกเขาเดินคอตกกลับห้องเรียนด้วยสีหน้าที่เขียนไว้ชัดเจนว่า “พังแน่ๆ”

“โจทย์ข้อใหญ่สุดท้ายของวิชาเลข ฉันแม้แต่โจทย์ยังอ่านไม่เข้าใจเลย...”

“อย่าพูดเลย เรียงความภาษาอังกฤษฉันยังเขียนไม่ครบจำนวนคำเลยด้วยซ้ำ”

“ห้องเราคราวนี้ คะแนนเฉลี่ยคงจะรั้งท้ายอันดับหนึ่งอีกตามเคยใช่ไหม?”

บรรยากาศความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่วห้องเรียนราวกับเมฆดำ พวกเขาอยากจะกู้หน้าให้อาจารย์หยางใจจะขาด แต่ติดที่ความสามารถไม่เอื้ออำนวย โจทย์บนข้อสอบสำหรับพวกเขามันคือการโจมตีข้ามมิติที่รับมือไม่ได้จริงๆ

มีเพียง หลินเทียน คนเดียวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอย่างสงบเงียบ ไม่เข้าร่วมวงสนทนาใดๆ เขาเก็บข้าวของของตัวเองช้าๆ ท่วงท่ามั่นคงและสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้ความสงบนั้น เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมขนาดไหน

แต่สำหรับบรรดาอาจารย์ สงครามที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

ในห้องพักครูของสายชั้น ม.4 บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและยุ่งวุ่นวาย ข้อสอบแต่ละวิชากองพะเนินเทินทึกราวกับภูเขา อาจารย์ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มสายพานตามรายวิชา เริ่มต้นการตรวจข้อสอบแข่งกับเวลา

กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ คือ “เขตภัยพิบัติ” มาแต่ไหนแต่ไร

ภายในห้องอบอวลไปด้วยเสียง “ควักๆ” ของปากกาสีแดงที่ลากผ่านกระดาษ สลับกับเสียงถอนหายใจของอาจารย์ที่ดังขึ้นเป็นระยะ

“เฮ้อ... เจออีกคนแล้ว ปรนัยผิดติดต่อกันสามข้อร้อย”

“นักเรียนคนนี้ แม้แต่โดเมนของฟังก์ชันยังแยกไม่ออกเลย สอบติดมัธยมปลายมาได้ยังไงกันนะ?”

“ดูข้อสอบห้อง 14 สิ เกินบรรยายจริงๆ กากบาทสีแดงเต็มพรืดไปหมด อย่างกับตราประทับตรวจโรคในโรงฆ่าสัตว์เลย” อาจารย์หนุ่มคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะบ่นอุมาเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูจากคนรอบข้าง

ข้อสอบของห้อง 14 มักจะเป็น “เครื่องเคลายเครียด” สำหรับพวกเขาเสมอ ทุกครั้งที่ปวดหัวกับขั้นตอนการแก้โจทย์ที่ซับซ้อนของเด็กกิฟต์เตด พวกเขาก็จะหยิบข้อสอบห้อง 14 ขึ้นมาดูคำตอบที่จินตนาการล้ำเลิศหรือไม่ก็พื้นที่ว่างสะอาดตาจนน่าใจหาย แล้วก็ลอบยิ้มออกมา ถือเป็นการพักสมองไปในตัว

หลิวเฟิงไม่ได้ร่วมตรวจข้อสอบด้วย แต่เขาเดินเอามือไพร่หลังวนไปเวียนมาอยู่ข้างหลังกลุ่มอาจารย์คณิตศาสตร์ราวกับผู้คุมงาน ในนามคือมาดูแลความคืบหน้า แต่ในใจเขากำลังรอคอย “ผลลัพธ์” ที่เขาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

เขากำลังรอ... รอที่จะได้ยินใครสักคนบ่นว่าข้อสอบของหลินเทียนมันห่วยแตกแค่ไหน หรือไม่ก็เป็นกระดาษเปล่าทั้งแผ่น

“อาจารย์หลิว คราวนี้หลี่ฮ่าวห้องคุณคงได้ที่หนึ่งอีกตามเคยใช่ไหม? ผมดูโจทย์พื้นฐานข้างหน้าเขาทำถูกหมดเลย ไม่มีหักสักคะแนน รอบคอบจริงๆ!” อาจารย์จางที่รับผิดชอบตรวจข้อสอบห้องกิฟต์เตดเอ่ยชมในขณะที่มือยังคงตรวจอย่างต่อเนื่อง

“หึๆ เด็กคนนั้น พื้นฐานเขาแน่นน่ะครับ” หลิวเฟิงยิ้มอย่างไว้ตัว แต่หางตาแอบชำเลืองไปทางกองข้อสอบของห้อง 14

ใกล้แล้ว... ใกล้จะถึงข้อสอบของหลินเทียนแล้ว เขาจินตนาการไปถึงสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอาจารย์ที่ตรวจข้อสอบแผ่นนั้นเรียบร้อยแล้ว

ในจังหวะนั้นเอง อาจารย์หนุ่มชื่อเสี่ยวหวังที่กำลังตรวจข้อสอบห้อง 14 ก็พลันหลุดเสียงอุทานออกมาเบาๆ อย่างประหลาดใจว่า “เอ๊ะ?”

เสียง “เอ๊ะ” นี้ไม่ได้ดึงดูดความสนใจจากใครมากนัก ทุกคนนึกว่าเขาคงไปเจอคำตอบพิสดารที่ทำลายโลกทัศน์เข้าให้อีกตามเคย

แต่ทันใดนั้น ท่าทางของอาจารย์เสี่ยวหวังกลับหยุดชะงักลง

ปากกาสีแดงในมือค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ข้อสอบแผ่นนั้น ขมวดคิ้วมุ่นราวกับกำลังวิจัยปัญหาในระดับโลก เขาดูขั้นตอนการแก้โจทย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วหยิบเฉลยมาตรฐานขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด สีหน้าเปลี่ยนจากความงุนงง เป็นความตกใจ และสุดท้ายคือความเหลือเชื่อ

บรรยากาศในห้องพักครูเริ่มเปลี่ยนไปอย่างประหลาด

ในที่สุด อาจารย์เสี่ยวหวังดูเหมือนจะทนรับความตกตะลึงมหาศาลนี้ไว้ไม่ไหว เขาเงยหน้าขึ้นแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง:

“อาจารย์จาง! อาจารย์หลิว! พวกคุณรีบ... รีบมาดูข้อสอบแผ่นนี้เร็วเข้า!”

น้ำเสียงของเขาเพี้ยนไปเล็กน้อยด้วยความตกใจสุดขีด ทำลายความเงียบสงบในห้องพักครูลงทันที

อาจารย์ทุกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจข้อสอบ ต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียกเป็นตาเดียว

“เป็นอะไรไปเสี่ยวหวัง? เอะอะโวยวายไปได้” อาจารย์จาง หัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์ขยับแว่นสายตา เดินเข้าไปหาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย “ไปเจอเด็กคนไหนเขียน sin เป็น six อีกหรือไง?”

“มะ... ไม่ใช่ครับ...” อาจารย์เสี่ยวหวังชี้นิ้วที่สั่นเทาไปที่ข้อสอบแผ่นนั้น น้ำเสียงติดขัด “ข้อสอบแผ่นนี้... มัน... มันประหลาดเกินไปแล้ว!”

“ประหลาด?”

หัวใจของหลิวเฟิงกระตุกวูบ ลางสังหรณ์ที่ไม่เป็นมงคลผุดขึ้นมาอีกครั้ง เขาขมวดคิ้วเดินตามเข้าไป

“ไหนขอผมดูหน่อย”

อาจารย์จางและหลิวเฟิงประกบซ้ายขวา ชะโงกหน้าดูโต๊ะทำงานของเสี่ยวหวัง อาจารย์คนอื่นๆ ที่อยากรู้อยากเห็นก็พากันเดินมาล้อมรอบ

สายตาทุกคู่ตกลงบนกระดาษข้อสอบคณิตศาสตร์ที่กางอยู่นั้นพร้อมกัน

กระดาษสะอาดสะอ้าน ลายมือชัดเจนมั่นคง

ส่วนที่หนึ่ง: ปรนัย ถูกหมดทุกข้อ

ส่วนที่สอง: เติมคำ ถูกหมดทุกข้อ

ส่วนที่สาม: อัตนัย (แสดงวิธีทำ)

  • ข้อแรก: ขั้นตอนสมบูรณ์แบบ คำตอบถูกต้อง
  • ข้อสอง: ขั้นตอนสมบูรณ์แบบ คำตอบถูกต้อง
  • ข้อสาม ข้อสี่...

ในขณะที่สายตาเลื่อนต่ำลงเรื่อยๆ ลมหายใจของอาจารย์จางก็เริ่มถี่กระชั้นขึ้น สีหน้าของเขาถอดแบบมาจากอาจารย์เสี่ยวหวังเมื่อครู่เป๊ะ จากความไม่ใส่ใจ เปลี่ยนเป็นจริงจัง และสุดท้ายคือความตระหนก!

ส่วนใบหน้าของหลิวเฟิง ซีดเผือดลงอย่างรวดเร็วจนสังเกตเห็นได้ชัด

เป็นไปได้ยังไง?

เรื่องแบบนี้มันเป็นไปได้ยังไงกัน!

โจทย์อัตนัยเหล่านี้ ขั้นตอนการคิดชัดเจน ตรรกะแน่นหนา แม้แต่ในบางจุด วิธีการที่เขียนออกมายังเรียบง่ายและชาญฉลาดกว่าที่เฉลยมาตรฐานระบุไว้เสียอีก! นี่ไม่ใช่สิ่งที่เด็กหลังห้องจะเขียนออกมาได้เด็ดขาด! นี่มันคือระดับของหัวกะทิชั้นยอดชัดๆ!

“นี่... นี่คือข้อสอบของใคร? หรือว่า... หรือว่ามีใครเผลอเอาข้อสอบของห้องกิฟต์เตดไปปนไว้ในกองของห้อง 14 หรือเปล่า?” เสียงของอาจารย์จางเริ่มสั่น

“เป็นไปไม่ได้ครับ!” อาจารย์ที่รับผิดชอบการแยกข้อสอบแย้งขึ้นทันที “ข้อสอบถูกแยกตามเลขที่นั่งสอบ ผมเป็นคนแยกเองกับมือ ไม่มีทางผิดพลาดแน่นอน!”

“ถ้าอย่างนั้น... แล้วนี่มัน...”

ท่ามกลางความสงสัยที่ปกคลุมไปทั่ว สายตาของหลิวเฟิงกลับถูกดึงดูดไปที่โจทย์ข้อสุดท้ายของข้อสอบแผ่นนั้น ราวกับมีแม่เหล็กดูดไว้อย่างแน่นหนา

โจทย์ข้อพิเศษที่ทุกคนต่างรู้ดีว่ามันมีไว้เพื่อคัดแยก “เทพเจ้า” ออกจากมนุษย์ทั่วไป!

บัดนี้ ในพื้นที่ตอบคำถามของโจทย์ข้อนั้น เต็มไปด้วยขั้นตอนการคำนวณที่ชัดเจน มีการสร้างแบบจำลองฟังก์ชันในรูปแบบใหม่ มีการแทนค่าที่ชาญฉลาด และสุดท้าย คำตอบที่เรียบง่ายแต่แม่นยำก็วางอยู่นิ่งๆ ตรงนั้น ราวกับกำลังเยาะเย้ยทุกคนที่ต้องปวดหัวกับโจทย์ข้อนี้

และคำตอบนั้น... มันตรงกับคำตอบสุดท้ายในเฉลยที่หลิวเฟิงถืออยู่ ซึ่งมีเพียงอาจารย์ระดับหัวกะทิไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ครอบครอง... มันตรงกันเป๊ะ!

“ตูม!”

สมองของหลิวเฟิงราวกับมีระเบิดถูกจุดชนวนขึ้นข้างใน

เขารู้สึกโลกหมุนคว้างจนแทบจะยืนไม่อยู่

ไม่! ไม่มีทางเด็ดขาด!

หลี่ฮ่าวเพิ่งออกมาบอกเขาหลังสอบเสร็จกับปากตัวเอง ว่าโจทย์ข้อนี้เขาทำไม่ได้! ขนาดหลี่ฮ้าวยังทำไม่ได้ แล้วไอ้เด็กหลังห้องคนหนึ่ง...

“ชื่อ! ดูชื่อสิ!” อาจารย์จางเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เขารีบพลิกกระดาษข้อสอบไปที่หน้าปกทันที

สายตาทุกคู่โฟกัสไปที่ช่องชื่อที่ยังถูกปิดผนึกไว้

อาจารย์เสี่ยวหวังใช้มือที่สั่นเทาหยิบมีดคัตเตอร์ขึ้นมา ค่อยๆ กรีดเส้นปิดผนึกออกอย่างระมัดระวังที่สุด

ภายในห้องพักครูเงียบสนิทจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มร่วง

ทุกคนต่างกลั้นหายใจ ยืดคอรอคอยผลลัพธ์ที่จะทำลายล้างโลกทัศน์ที่พวกเขามีมาตลอด

แถบกระดาษปิดผนึกถูกเปิดออกช้าๆ

ชื่อที่มีลายเส้นมั่นคงและแฝงไว้ด้วยความคมปลาบแบบวัยหนุ่ม ปรากฏแก่สายตาของทุกคนอย่างชัดเจน

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 14

หลินเทียน

สนับสนุนผู้เขียน

หากคุณชอบตอนนี้ สามารถให้กำลังใจผู้เขียนได้ ของขวัญมีผลต่อการจัดอันดับเรื่องด้วยนะ!

0 ยอดอ่าน0 ความคิดเห็น0 การสนับสนุน

ความคิดเห็น
0

U

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!