toonico

เกษตรจำเป็น ในต่างโลก

ตอนที่ 7: ตอนที่ 7 แปลงใหม่และไฟแห่งการสร้าง

#007

ตอนที่ 7 แปลงใหม่และไฟแห่งการสร้าง

เช้าวันที่ฟ้าเปิด
อากาศอุ่นชื้นแต่ไม่ร้อน ลมจากลำธารพัดผ่านต้นไม้ส่งกลิ่นดินหอมจาง ๆ

ซูเฉินยืนอยู่หน้าพื้นที่โล่งด้านข้างโพรงไม้
“ถึงเวลา... ขยายพื้นที่เพาะปลูกแล้ว”

เห็ดเศร้า ผักกบ และสาหร่ายข้าวที่เขาปลูกไว้เมื่อวันแรก กินจนเกือบหมด
เมล็ดที่เก็บได้จากพื้น เขาใส่รวมไว้ในถังไม้สามใบ แต่ละถังมีเมล็ดคล้ายกันจนแยกไม่ออก จึงต้องแยกถังตามสัญชาตญาณ

เขานำไม้มาแบ่งแนว วาดเส้นร่างบนดิน จากนั้นก็จับ “จอบเทพ” ลงมือทันที

ไม่มีการไถพรวน ไม่มีการใส่ปุ๋ย — มีเพียงแรงมือและความตั้งใจ
เสียงจอบกระทบดินดัง ฉึก ฉึก ฉึก อย่างสม่ำเสมอ

ซูเฉินขุดหลุมให้มีระยะเท่ากันอย่างประณีต ทั้งสามแปลงเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน
เขาหยอดเมล็ดทีละหลุม รดน้ำ แล้วพ่นลมหายใจเบา ๆ

“เรียบร้อย... ทีนี้ก็รอให้เจ้าพวกนี้โต”

ระหว่างรอ เขามองไปรอบที่พัก แล้วสายตาหยุดอยู่ที่ปัญหาหนึ่งซึ่งเขาเพิ่งรู้ตัว —

ข้าไม่มีจานข้าว...

ข้าวที่ว่า ก็คือสาหร่ายข้าวที่ต้มจนเละในชามหิน
“มันอนาถชะมัด” เขาบ่นกับตัวเอง

เขาเดินไปหลังโพรง เริ่มสร้าง “เวิร์กช็อปเครื่องปั้นดินเผา” แบบง่ายที่สุดในโลก
ใช้แผ่นไม้สองแผ่นประกบกัน แผ่นล่างเป็นฐาน แผ่นบนหมุนได้ด้วยแรงมือ
นำดินเหนียวจากบ่อมาปั้นเป็นรูปจาน กลิ่นดินสดชื้นติดมือ

ไม่ไกลจากนั้น “เลิฟ” — เทรโอกริฟฟ์แห่งเพลิงเจ็บปวด ที่ตอนนี้หดร่างเท่าฝ่ามือ —
กำลังนอนหลับอยู่บนหัวของเขา

ใช่แล้ว… นกเพลิงสีเลือดหมูที่ครั้งหนึ่งเคยใหญ่เท่าบ้าน ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนร่วมศีรษะของเขาแทน

ตั้งแต่วันที่มันบินมาหา เขาก็ไล่มันไม่ไปอีกเลย
กลางวันมันจะนอนอยู่บนหัว กลางคืนจะกลับไปเกาะเฝ้าไข่
และเพราะมันขี้อ้อนเหมือนลูกนก เขาจึงตั้งชื่อให้ว่า “เลิฟ” — เพราะมันดูเหมือนเลิฟเบิร์ด แถมยังอบอุ่นเหมือนความรัก (แม้จะร้อนเกินไปหน่อยก็ตาม)

ซูเฉินวางจานดินเผาแผ่นแรกไว้ตรงหน้า แล้วตะโกนขึ้นไป
“เลิฟ! เผาให้หน่อย”

เลิฟขยับหัว ส่งเสียง “แกร็ก” เบา ๆ ก่อนจะพ่นไฟสายเล็กลงมา

ตูม!
จานดินเผาแผ่นนั้นระเบิดหายไปในอากาศ เหลือแต่ขี้เถ้า

“เบาไฟลงสิวะ เบา!”
ซูเฉินเกาหัว “ข้าบอกให้เผาไม่ใช่ทำลายล้างโลก”

จานดินเผาหมายเลข 4... ไม่รอด
หมายเลข 5... ก็ยังไหม้
หมายเลข 6... แตกเป็นผง

เขาไม่ย่อท้อ ทำต่อจนถึงแผ่นที่ 15
จานเผาใบแรกสำเร็จ! สีขาวนวลขลับแสงแดดอย่างภาคภูมิ

ซูเฉินเงยหน้ามองเจ้าเลิฟ “จำไว้นะ ไฟระดับเมื่อกี้นั่นแหละ พอดีเลย”

เลิฟเอียงหัวทำหน้างง “จิ๊บ?”
แน่นอน...มันจำไม่ได้

“เจ้าใช้ไฟไปเท่าไรเมื่อกี้” ซูเฉินถาม
“จิ๊บ...”
เขาแปลในใจว่า อืม...ประมาณหนึ่งในร้อยล้านของพลังข้าได้มั้ง?

ซูเฉินถอนหายใจ “ให้ตายเถอะ...”

หลังจากได้จาน เขาก็ปั้นถ้วย ช้อน หม้อ กระทะ และตะหลิวต่อ
หม้อสองใบสุดท้ายถูกเผาโดยไฟอ่อนกำลังพอดี — สำเร็จ!

“ในที่สุด ข้ามีหม้อแล้ว!”
เขาหัวเราะลั่นป่า

เย็นวันนั้น เขาต้มน้ำในหม้อใหม่ ใส่เนื้องู เห็ด และผักกบลงไป
กลิ่นหอมของซุปอุ่น ๆ ลอยคลุ้งไปทั่วโพรง

“จืดหน่อยก็ช่าง อย่างน้อยก็มีน้ำซุปให้ซด”
เขายกถ้วยดินเผาใบแรกขึ้นจิบอย่างพอใจ

วันที่ถัดมา
ต้นกล้าเริ่มงอกขึ้นจากแปลงทั้งสาม เห็ดคือเห็ด กบคือกบ ถึงจะมีบางส่วนผสมกันแปลก ๆ แต่โดยรวมแล้วถือว่าใช้ได้

ซูเฉินมองผลงานด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าไม่อดตายก็ถือว่าผ่านแล้ว”

เมื่อมองแปลงที่กำลังโต เขาคิดได้ว่า
อีกไม่กี่วันคงเก็บกินไม่ทัน ต้องมีที่เก็บเพิ่ม

เขาหันมองรอบ ๆ ที่พักที่ตอนนี้เต็มไปด้วยของกระจัดกระจาย
ถึงเขาจะไม่ได้รักสะอาด แต่ความรกขนาดนี้ก็ทนดูไม่ได้

“งั้นทำห้องเก็บของเพิ่ม”

เขาวาดแบบบนดินคร่าว ๆ แล้วลงมือ
ใช้เวลาห้าวันเต็มในการตัดไม้และประกอบ โครงไม้ขนาดห้าคูณห้าเมตรค่อย ๆ ขึ้นรูป
ถึงจะทุลักทุเล แต่เมื่อมองดูผลงาน เขาก็อดภูมิใจไม่ได้

ประตูเป็นเพียงแผ่นไม้ยกปิดง่าย ๆ แต่ก็เพียงพอ

ซูเฉินเก็บข้าวของเข้าที่ ทำความสะอาดรอบโพรงจนเรียบร้อย
มองดูรอบ ๆ ที่เปลี่ยนจาก “รังป่า” เป็น “บ้านเล็ก ๆ” เขาก็รู้สึกโล่งในใจ

“ดูดีเลยแฮะ”

แต่แล้วเขาก็เงยหน้ามอง “ไข่” ใบใหญ่ที่ยังตั้งอยู่ข้างโพรง
“ฟักเมื่อไหร่กันนะ...” เขาพึมพำ

เขาเคยลองเข้าไปลูบดู แต่โดนเลิฟจิกจนต้องหนีแทบไม่ทัน
หลังจากนั้น...เขาไม่เคยเข้าใกล้อีกเลย

วันต่อมา เนื้อในห้องเย็นหมดพอดี
“ถึงเวลาออกล่าเสียที”

ซูเฉินรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
“อยู่ในป่ามาตั้งนาน ถ้ายังไม่เคยล่าสัตว์ ข้าคงเสียชื่อคนป่าแน่”

เขาบอกให้เอียวาเฝ้าบ้าน เอียวาพยักหนวดตอบอย่างเชื่อมั่น (พร้อมท่าทีเหมือนพูดว่า “เอาเนื้อมาฝากด้วยนะ”)

การล่าครั้งแรกเริ่มขึ้น

ซูเฉินลองพิจารณาอาวุธ ธนู? เขายิงไม่เป็น
ลูกดอก? ไม่มี
หอกขว้าง? ใช่...นั่นแหละ

เขาแปลงมีดเทพเป็นหอกขว้าง
น้ำหนักสมดุลพอดีมือ

“ลองดูสักที”

เขาเหวี่ยงสุดแรง หอกพุ่งทะลวงอากาศ
เสียง ตูม! ดังสนั่น ต้นไม้เบื้องหน้าหายไปทั้งต้น เหลือเพียงร่องลึกยาวสุดสายตา

ซูเฉินยืนตะลึง “เมื่อก่อนข้ากลัวอะไรอยู่เนี่ย...?”

เลิฟที่นอนบนหัวขยับปีกราวกับบ่น ก็เจ้าไม่เคยลองจริง ๆ ไงล่ะ

ซูเฉินวิ่งไปดูร่องที่หอกทำไว้ แต่มองไม่เห็นปลายทางเลย
เขาลองคิดในใจ กลับมา!

ทันใดนั้น กระแสลมแรงพัดสวนกลับมา
หอกเงินพุ่งย้อนกลับตรงมายังเขาอย่างแม่นยำ หยุดนิ่งลอยอยู่ตรงหน้าในอากาศ

“โอ้โห... มันกลับมาได้!”
เขาคว้าหอกไว้แน่น — ไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย

ซูเฉินเดินตามร่องลึกที่หอกสร้างไว้
ทางข้างหน้าเปิดโล่งออกสู่ที่ราบ ก่อนจะเห็นภูเขาขนาดมหึมาตั้งขวางอยู่

และที่เชิงเขานั้น...
มีสิ่งมีชีวิตคล้ายกวางห้าตัวนอนแน่นิ่ง — แต่ละตัวมีขนสีทองและเขาเหมือนโลหะ

“สภาพดูไม่ได้เลย...” เขาพึมพำ “แต่เนื้อยังน่าจะกินได้”

ทันใดนั้น เลิฟที่นอนบนหัวอยู่ดี ๆ ก็กระพือปีกขึ้นด้วยความตื่นเต้น
มันบินออกไปจากหัวเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างเล็กจะส่องแสงเพลิง

ฟึ่บ!

ในพริบตา ร่างของเลิฟขยายจนกลายเป็นเทรโอกริฟฟ์ขนาดยักษ์ สูงกว่า 30 เมตร
มันกางปีกออก ใช้กรงเล็บเพลิงคว้ากวางทั้งห้าไว้ในทีเดียว แล้วบินกลับไปทางโพรงไม้

ซูเฉินอ้าปากค้าง “นี่มัน...นกบ้านั่นทำได้ทุกอย่างจริง ๆ!”

ความคิดหนึ่งแวบขึ้นในหัว —
ถ้าข้าขี่มันได้ล่ะก็... ข้าคงออกจากป่านี้ได้จริง ๆ

เขาหัวเราะในลำคอ “ไว้ค่อยว่ากันทีหลังเถอะ ตอนนี้กลับบ้านก่อน”

ซูเฉินคว้าหอกพาดบ่า เดินตามร่องหอกยาวกลับไปทางโพรงไม้
หัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึก — ทั้งเหนื่อย ทั้งตื่นเต้น ทั้งมีชีวิตชีวา

โลกใบนี้...
เริ่มกลายเป็นของเขาทีละน้อย

สนับสนุนผู้เขียน

หากคุณชอบตอนนี้ สามารถให้กำลังใจผู้เขียนได้ ของขวัญมีผลต่อการจัดอันดับเรื่องด้วยนะ!

1 ยอดอ่าน0 ความคิดเห็น0 การสนับสนุน

ความคิดเห็น
0

U

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!