toonico

เกษตรจำเป็น ในต่างโลก

ตอนที่ 8: ตอนที่ 8 หลงป่า (1)

#008

ตอนที่ 8 หลงป่า (1)

เมื่อซูเฉินกลับมาถึงที่พัก เขาหยุดนิ่งตรงประตูโพรงไม้
สิ่งแรกที่เห็นคือ...กวางเขาทองที่ควรจะมีห้าตัว ตอนนี้เหลือเพียงสาม

“อืม...” เขาเท้าสะเอว มองไปรอบ ๆ
ไม่ต้องถามก็รู้ — สองตัวนั้นหายไปกับใคร

“เลิฟ ข้ารู้ว่าเจ้าขนกลับมา แต่ไอ้เอียวา...” เขาหรี่ตา “เจ้าคงอดใจไม่ไหวสินะ”

เขาถอนหายใจ “ไม่เป็นไร ถือว่าเฝ้าบ้านดี แต่ทีหลังไม่ต้อง!”

พูดจบ เขาก็เข้าไปจัดการซากที่เหลือ เริ่มลงมือเรียนรู้ “ศิลปะแห่งการชำแหละ” ด้วยตัวเอง

เลือดสีทองจาง ๆ ไหลอาบแขน กลิ่นคาวคลุ้งในอากาศ
แต่พอแล่ไปไม่ทันไร เขาก็ชะงัก —

นี่มัน... เนื้อวัวเอห้าเลยนี่หว่า!

เนื้อมันวาว สีแดงสดสวย กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยขึ้นทันทีที่สัมผัสอากาศ
ซูเฉินกลืนน้ำลาย เอามือเช็ดมุมปากพลางหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ ชีวิตนี้มันคุ้มแล้ว!”

เขาจัดการแล่ส่วนเนื้อออกเป็นชิ้นอย่างประณีต แล้วขนลงห้องใต้ดิน
แต่พอเปิดห้องเย็น กลับพบว่าอุณหภูมิเพิ่มขึ้น น้ำแข็งละลายไปกว่าครึ่ง

“ไม่ได้แล้ว ต้องทำเพิ่ม”

ซูเฉินรวบรวมพลังจากระบบ “อุณหภูมิต่ำสุด”
ผิวน้ำเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ อีกครั้ง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เขาพึมพำ “อย่างน้อยก็พอกินไปอีกหลายวัน”

ค่ำวันนั้น เขาเตรียม “มหกรรมเนื้อเอห้า”
แผ่นหินแกร่งถูกวางบนไฟ เปลวเพลิงส่องแสงสีส้มอุ่น

เสียง ฉ่าาาา ดังขึ้นเมื่อเนื้อสัมผัสแผ่นหินร้อน
กลิ่นหอมไขมันละลายลอยคลุ้งทั่วโพรงไม้

ซูเฉินยกเนื้อชิ้นแรกขึ้นกัด ดวงตาแทบหลับด้วยความสุข
“โอ้ พระเจ้า... ถ้ามีเกลือสักนิดคงสมบูรณ์แบบ”

หลังกลืนคำสุดท้าย เขาวางส้อมไม้ลง พลางพึมพำกับตัวเอง
“ข้าต้องหามันให้ได้...เกลือ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม”

เลิฟบินกลับมาในตอนหัวค่ำ เกาะลงบนหัวเขาอย่างเคย
ปากของมันยังมีคราบเลือดติดอยู่จาง ๆ

“กินเสร็จแล้วสินะ...” ซูเฉินกลอกตา
สายตาเหลือบไปเห็นต้นของเอียวาที่กระตุกเบา ๆ เหมือนอิ่มจนขยับไม่ไหว

เขานั่งลงหน้ากองไฟ ใช้หอกพาดข้างตัว
กลิ่นเนื้อย่างยังติดปลายจมูก แต่ความง่วงค่อย ๆ ครอบงำ

เมื่อเผลอพิงหลังกับไม้โพรง ตาก็ปิดลงโดยไม่รู้ตัว

เขาตื่นอีกทีเมื่อแสงอาทิตย์จางหาย
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้มของยามสนธยา

“เฮ้อ... หลับยาวไปหน่อย” เขาบ่น พลางคว้าหอกไว้แน่น
เลิฟบินมานั่งบนหัวอีกครั้ง เหมือนพร้อมเดินทาง

“ไปลำธารกันเถอะ ข้าอยากแช่น้ำ ดูดาวสักหน่อย”

ยามค่ำ ลำธารตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงลำน้ำธรรมดา
มันคือ “สายแสงแห่งชีวิต”

พื้นก้นลำธารเต็มไปด้วยหินเรืองแสงนับพัน
สีฟ้า ม่วง เขียว เหลือง ส่องประกายสะท้อนผิวน้ำไหวระริก

แสงทั้งหมดรวมกันเป็นคลื่นระยิบระยับราวท้องฟ้ากลับหัว
สายน้ำไหลช้า ๆ ผ่านขาเขา เย็นเยียบแต่ไม่หนาว

ซูเฉินยืนนิ่ง สูดลมหายใจลึก
กลิ่นน้ำ กลิ่นหญ้า กลิ่นชีวิต — ผสมกันอย่างกลมกลืน

“เลิฟ...” เขาเอ่ยเสียงเบา “ที่นี่...มันสวยเหลือเกิน”

เลิฟเหลือบตาขึ้นข้างหนึ่ง แล้วเหลือบมองมนุษย์ที่ยืนพูดกับแสง
ในใจมันพึมพำ เห็นทุกวันก็แบบนี้แหละ ไม่มีอะไรพิเศษ
แต่มันไม่ได้พูดออกมา แค่เงียบฟังเสียงน้ำไหล

ซูเฉินถอดเสื้อผ้าตัวเดียวที่มี ลงไปว่ายในน้ำใส
เลิฟบินไปเกาะบนหินริมฝั่ง มองเขาเล่นน้ำด้วยสายตาเย็นชาแบบนกผู้ใหญ่ที่ต้องเลี้ยงเด็กมนุษย์โง่ ๆ

แสงเรืองรองสะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้ผิวเขาเปล่งแสงอ่อนราวเทพในตำนาน
เขาแช่อยู่ในน้ำเนิ่นนาน ปล่อยให้ความงามซึมเข้าไปในใจ

ก่อนกลับ เขาเก็บหินเรืองแสงก้อนใหญ่หลายก้อนติดมือไปด้วย

เมื่อกลับถึงโพรงไม้ เขาจัดวางหินเรืองแสงไว้รอบในห้อง
แสงนวลกระจายทั่ว ทำให้ทั้งโพรงเปล่งประกายราวบ้านแห่งแสงดาว

“ในที่สุด... ก็ไม่ต้องนอนมืดอีกแล้ว”
เขายิ้มบาง ๆ แล้วล้มตัวลงนอนบนฟูกนุ่มที่ทำจากวัสดุรองไข่ของเลิฟ

“ที่สวยขนาดนั้นอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก...แต่ข้าเพิ่งจะเห็น”
เขาพึมพำ ก่อนจะค่อย ๆ หลับไป

หลายวันต่อมา
ชีวิตของซูเฉินไหลไปอย่างเรียบง่าย
ตื่นเช้ารดน้ำผัก กลางวันทำจานดินเผา เย็นมาก็ย่างเนื้อกิน

จาน ถ้วย หม้อ ตอนนี้เรียงอยู่เต็มชั้นไม้
เขาเคยคิดจะสร้างบ้าน แต่ผลัดไปเรื่อยเพราะ “ขี้เกียจ”

จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาเอ่ยกับเลิฟ
“เลิฟ... ให้ข้าขี่เจ้าหน่อยสิ”

เลิฟที่นอนซุกหัวอยู่บนโต๊ะ หันตามองเขาเฉย ๆ
จากนั้นบินมาใกล้หน้า — แล้วใช้ปีกเล็ก ๆ ฟาดหน้าเขาเบา ๆ สองที

ซูเฉินกะพริบตา “เข้าใจแล้ว... หมายถึงไม่ใช่สินะ”

เขาถอนหายใจ “ฝันข้าพังอีกแล้ว”

วันต่อมา หลังมื้อเนื้ออันสมบูรณ์
ซูเฉินรู้สึกไฟในอกลุกโชนขึ้นอีกครั้ง
“ข้าจะสร้างบ้าน!”

เขาลุกพรวด ถือขวานออกไปยังสวนหลังบ้าน
ตัดไม้ต้นใหญ่หลายต้น เตรียมซุงสำหรับบ้านหลังแรก

เจาะหลุมวางเสา แปดต้นหน้าหลัง
เสาตรงกลางสูงกว่าที่เหลือ ให้เป็นจั่วหลังคา

สามวันผ่านไป ด้วยแรงกายและความมุ่งมั่น
บ้านไม้ซุงหลังแรกของซูเฉินก็เสร็จสมบูรณ์

มีประตู มีหน้าต่าง มีหลังคา — ทุกอย่างครบถ้วน

เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป กลิ่นไม้สดใหม่อบอวล
เขานั่งลงบนพื้น มองรอบ ๆ อย่างอิ่มเอม

“ข้ามีบ้านแล้ว...”
น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย เขายกมือลูบผนัง
“ต่อไปคงต้องมีโต๊ะ เก้าอี้ เตียง...”

แต่แล้วเขาก็หัวเราะ “ลืมห้องครัวอีกแล้วสิ”

คืนนั้น เขาออกไปอาบน้ำที่ลำธารอีกครั้ง
แสงหินเรืองรองสะท้อนบนผิวน้ำเหมือนคืนแรก
ลมเย็นพัดแผ่วผ่าน เสียงแมลงกลางคืนร้องระงม

เมื่ออาบน้ำเสร็จ เขากลับเข้าบ้านใหม่ของตัวเอง
นอนบนฟูกที่ย้ายมาจากโพรงไม้

เลิฟกลับไปเกาะบนไข่เงียบ ๆ

และในความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ —
โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งอยู่รอบชายผู้หนึ่ง
ผู้ที่เริ่มมี “ชีวิต” อีกครั้ง... ในต่างโลกที่ไร้ผู้คน

สนับสนุนผู้เขียน

หากคุณชอบตอนนี้ สามารถให้กำลังใจผู้เขียนได้ ของขวัญมีผลต่อการจัดอันดับเรื่องด้วยนะ!

0 ยอดอ่าน0 ความคิดเห็น0 การสนับสนุน

ความคิดเห็น
0

U

ยังไม่มีความคิดเห็น

เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!