“กริ๊งงงงง! กริ๊งงงงง!”
เสียงกระดิ่งไฟฟ้าที่แหลมสูงจนบาดแก้วหูดังกังวานขึ้น มันเหมือนเอาเลื่อยขึ้นสนิมมาเลื่อยของบางอย่างจนกระตุ้นสติสัมปชัญญะที่ยังพร่าเลือนของ หยางหมิงอวี่ ให้ตื่นขึ้นมา
นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ในโรงพยาบาลเขามักจะใช้เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟังสบายหูไม่ใช่หรือไง? แล้วพยาบาลตึกไหนกันที่ยังใช้เสียงกระดิ่งรุ่นพระเจ้าเหาแบบนี้?
เขามยายามฝืนลืมตาขึ้น แต่เปลือกตามันกลับหนักอึ้งราวกับถูกทากาวติดกันเอาไว้ ความเจ็บปวดเจียนตายตรงหน้าอกดูเหมือนจะเลือนหายไปแล้ว ทว่ากลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งที่ไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน ทั้งเนื้อทั้งตัวดูเหมือนจะมีเรี่ยวแรงเต็มไปหมด
มันช่างผิดปกติ... ประสบการณ์เฉียดตายก่อนจะหัวใจวายเฉียบพลันบอกเขาว่า มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ
“อาจารย์หยาง! อาจารย์หยาง! ตื่นเร็วเข้าครับ! ใกล้จะถึงเวลาเข้าสอนแล้วนะ!” เสียงหนึ่งที่เจือแววกังวลดังขึ้นข้างหู
หยางหมิงอวี่เบิกตาโพลงขึ้นมาทันที!
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตา ไม่ใช่เพดานสีขาวโพลนกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล แต่มันคือผนังที่สีลอกร่อนและเริ่มกลายเป็นสีเหลืองนวล ในอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นผสมปนเประหว่างหนังสือเก่ากับฝุ่นชอล์กราคาถูก พัดลมเพดานเหนือหัวส่งเสียง “เอี๊ยด...อ๊าด...” ขณะหมุนวนไปมา แม้แต่สายลมที่พัดมาโดนตัวก็ยังพกเอาไอร้อนที่ชวนให้อึดอัดติดมาด้วย
เขาไม่ได้นอนอยู่บนเตียงคนไข้ แต่กำลังฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานเก่าๆ ตัวหนึ่ง และสิ่งที่อยู่ใต้แขนของเขาก็คือสมุดเตรียมการสอนปกแข็งเล่มหนึ่ง
หยางหมิงอวี่ค่อยๆ ยันตัวขึ้นพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง ที่นี่คือห้องพักครูที่ทั้งแออัดและซับซ้อน โต๊ะทำงานหลายตัวถูกนำมาวางชิดติดกัน บนโต๊ะเต็มไปด้วยกองสมุดการบ้านและหนังสือเรียน บนตู้เอกสารเหล็กยังมีภาพโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ที่ล้าสมัยแปะทิ้งเอาไว้
ฉากนี้มัน... ช่างคุ้นตาเหลือเกิน คุ้นจนทำให้หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัวด้วยความตระหนก
“อาจารย์หยาง คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ? เมื่อคืนนอนไม่พอเหรอ?” อาจารย์สาวที่อยู่โต๊ะข้างๆ ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
หยางหมิงอวี่หันขวับไปมองอย่างอัตโนมัติ แล้วเขาก็ได้เห็นใบหน้าหนึ่งที่ยังคงดูอ่อนเยาว์ เธอคือครูสอนวิชาดนตรีในตอนนั้น... หลินเสี่ยวโหรว ในอีกยี่สิบปีข้างหน้าเธอจะเป็นนักดนตรีชื่อดังระดับจังหวัด แต่ในตอนนี้ เธอยังเป็นเพียงหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่รวบผมหางม้าง่ายๆ ใบหน้ายังคงทิ้งร่องรอยความอ่อนหัดของเด็กจบใหม่
“ผม...”
หยางหมิงอวี่พยายามจะเอ่ยปาก แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับทำให้ตัวเขาเองถึงกับชะงักไป นั่นไม่ใช่เสียงที่แหบแห้งสากระคายของชายชราวัยใกล้เกษียณ แต่มันคือเสียงของคนหนุ่มที่ฟังดูมีพลัง
เขายกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของตัวเองโดยสัญชาตญาณ ไม่มีผิวหนังที่หย่อนคล้อย ไม่มีรอยเหี่ยวย่นลึกๆ สิ่งที่เขาสัมผัสได้คือผิวหน้าที่ตึงกระชับ และเมื่อเลื่อนมือไปบนหัว เขาก็พบกับเส้นผมที่ดกดำหนานุ่ม!
“ครืดดด!” เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนทันทีจนขาเก้าอี้ครูดไปกับพื้นดังสนั่น ทำเอาคนทั้งห้องพักครูถึงกับสะดุ้งโหยง
หยางหมิงอวี่ก้าวเท้าโซซัดโซเซพุ่งตรงไปยังกระจกเงาบานยาวที่แขวนอยู่บนผนัง และสิ่งที่สะท้อนออกมาคือใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าในเวลาเดียวกัน
ใบหน้าของหยางหมิงอวี่ในวัย 28 ปี!
คิ้วพาดตรงราวกับดาบ ดวงตาเป็นประกายดุจดวงดาว ร่างกายดูยืดหยัดตรงแน่วและไม่มีไขมันส่วนเกินแม้แต่หยดเดียว เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเลือดกำลังสูบฉีดพล่านอยู่ในเส้นเลือด หัวใจกำลังเต้นอย่างแข็งแรง โรคความดันและโรคหัวใจมลายสิ้นไปแล้ว!
นี่ไม่ใช่ความฝัน และไม่ใช่ภาพหลอนก่อนตาย... เขาย้อนกลับมาจริงๆ!
เขากวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อหาข้อมูลยืนยัน ในที่สุดสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ปฏิทินแบบฉีกบนผนัง วงกลมพลาสติกสีแดงล้อมรอบตัวเลขที่สลักลึกเข้าไปในความทรงจำ
【ปี 2002 วันที่ 1 กันยายน วันจันทร์】
วันที่ 1 กันยายน ปี 2002! เขาย้อนกลับมาเมื่อสามสิบปีก่อนพอดิบพอดี! ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นของอาชีพครู ในวันที่เขาได้รับหน้าที่เป็นครูประจำชั้นลูกศิษย์รุ่นแรก!
“ดีเหลือเกิน... ดีจริงๆ...” เขาพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว
“อาจารย์หยาง คุณเป็นอะไรไปคะ?” หลินเสี่ยวโหรวถามซ้ำ
“ปะ...เปล่าครับ ไม่มีอะไร แค่ฝันร้ายนิดหน่อยน่ะครับ เดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว” เขาฝืนยิ้มตอบ ก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง
สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่เอกสารฉบับหนึ่งในซองสีน้ำตาลที่ประทับตราทางการของโรงเรียน เขาค่อยๆ อ่านตัวอักษรบนนั้นทีละคำ:
[ประกาศแต่งตั้งอาจารย์ประจำชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 14]
มันจริงๆ ด้วย! ห้องเรียนที่คนทั้งโรงเรียนต่างขนานนามว่าเป็น “ถังขยะ” และ “แหล่งกบดานของพวกเรียนห่วย”!
ในชาติที่แล้ว เขาเปรียบเสมือนเห็นฟ้าถล่มลงมาตรงหน้าเมื่อเห็นคำสั่งนี้ ทว่าในวินาทีนี้ ในใจกลับไม่มีความรู้สึกต่อต้านแม้แต่นิดเดียว สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความปีติและความฮึกเหิมราวกับขุนศึกที่กำลังจะออกรบ
สวรรค์มอบไพ่ในมือให้เขาเป็นถึงชุด ‘รอยัลฟลัช’ ถ้าหากยังเล่นจนแพ้อีก ก็เสียชาติเกิดที่ได้มีชีวิตถึงสองชาติภพ!
หลินเทียน: เจ้าเด็กติดเกมงอมแงมคนนั้น ครูจะทำให้เธอเป็นปรมาจารย์ด้าน IT ให้ได้!
จ้าวหมิ่น: ยัยตัวแสบขาบวก ครูจะเป็นคนปัดเป่าอุปสรรคให้เธอได้เป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งเอง!
เฉินจิ้ง: ยัยหนูจอมจืดจาง ครูจะทำให้พรสวรรค์ ‘อ่านรอบเดียวจำไม่ลืม’ ของเธอสั่นสะเทือนวงการวิชาการเอง!
“พวกเธอไม่ใช่ขยะ... ชาติที่แล้วครูทอดทิ้งพวกเธอไป แต่ชาตินี้ ถึงเวลาที่ครูจะกลับมาฉุดพวกเธอขึ้นมาใหม่แล้ว!”
“กริ๊งงงงง—!”
เสียงกระดิ่งเข้าเรียนดังกังวานขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฟังดูชัดเจนและทรงพลังราวกับบทเพลงศึก!
หยางหมิงอวี่เงยหน้าขึ้นฉับพลัน ในแววตามีเปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่นลุกโชน เขาจัดปกเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่ หยิบประกาศแต่งตั้งและสมุดเตรียมการสอนขึ้นมา ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องพักครูไปอย่างองอาจ
อนาคตของพวกเธอ... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครูจะเป็นคนเขียนมันขึ้นมาใหม่เอง!