บทที่ 22: การบ้านฉบับพิเศษ
ในที่สุดหลินเทียนก็โอบกอดหนังสือ 《C++ Primer Plus》 ที่หนาเตอะดุจก้อนอิฐกลับมาที่ห้องเรียน
คาบนี้ยังคงเป็นวิชาคณิตศาสตร์ อาจารย์คณิตศาสตร์กลับมาอยู่บนโพเดียมแล้ว เขามองหยางหมิงอวี่ด้วยสายตาที่ซับซ้อนยากจะอธิบาย ส่วนหยางหมิงอวี่กลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากลับมาอยู่ในท่าทีที่สุภาพอ่อนโยน นั่งฟังการสอนอยู่ที่แถวหลังสุดของห้องอย่างสงบ
การกลับมาของหลินเทียนดึงดูดสายตาของคนทั้งห้องอีกครั้ง
เขาไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น เดินตรงไปที่ที่นั่งของตนเอง แต่ทว่าการกระทำถัดมาของเขา กลับทำให้ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
เขาไม่ได้ล้วงเอาเครื่อง GBA ออกมาจากใต้โต๊ะเหมือนอย่างเคย แต่กลับวางหนังสือ C++ เล่มยักษ์ที่ยังคงมีกลิ่นหอมของน้ำหมึก ลงบนมุมซ้ายบนของโต๊ะอย่างบรรจง
ท่าทางของเขาในตอนนี้ ราวกับกำลัง “บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ก็ไม่ปาน
เฉินจิ้ง เพื่อนร่วมโต๊ะของเขา ถึงกับสะดุ้งหดตัวลีบด้วยความตกใจ เธอไม่เข้าใจว่าหลินเทียนแค่เดินออกไปกับอาจารย์หยางครู่เดียว กลับมาทำไมถึงกลายเป็นคนละคนแบบนี้? แล้วหนังสือที่เธอแค่อ่านชื่อยังแทบจะไม่ถูกเล่มนั้น มันคืออะไรกันแน่?
ส่วนหวังฮ่าวที่นั่งอยู่แถวหลัง เมื่อเห็นภาพนี้ก็แค่นเสียง “เหอะ” ออกมาอย่างดูแคลน พลางกระซิบกับเพื่อนข้างๆ ว่า “สร้างภาพฉิบหาย ดูสิว่าจะทนได้สักกี่น้ำ”
ทว่าหลินเทียนหาได้สนใจเสียงนกเสียงกาภายนอกไม่
ทั้งร่างกายและจิตใจของเขาในตอนนี้ จมดิ่งอยู่กับ “นิมิต” อันน่าตื่นตาตื่นใจที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่
“พระเจ้าผู้สร้างโลก”...
คำคำนี้เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่มีมนต์ขลังมหาศาล มันกำลังหยั่งรากและเติบโตอย่างบ้าคลั่งในใจของเขา
เขาแทบรอไม่ไหวที่จะเปิดอ่านหนังสือเล่มนั้น
ตั้งแต่บทเริ่มต้นอย่าง “Hello, World!”, การนิยามตัวแปรที่แสนน่าเบื่อ, ไปจนถึงกฎไวยากรณ์ที่ยุ่งยาก... เนื้อหาเหล่านี้ที่คนทั่วไปมองว่าช่างชวนง่วงนอนเหลือเกิน แต่ในสายตาของหลินเทียน มันกลับดูเหมือนคาถาอาคมที่จะนำพาเขาไปสู่ดินแดนแห่งพระเจ้า เขาอ่านมันอย่างลุ่มหลงจนกระทั่งไม่ได้ยินแม้แต่เสียงกระดิ่งเลิกเรียน
หยางหมิงอวี่เก็บทุกรายละเอียดไว้ในสายตา แต่เขาไม่ได้เข้าไปรบกวน
เขารู้ดีว่า “ความสนใจ” คือครูที่ดีที่สุด แต่ “ความเห่อแค่ช่วงแรก” ก็คือศัตรูตัวฉกาจของการเรียนรู้เช่นกัน การจะทำให้เปลวไฟนี้ลุกโชนต่อไปได้ เขาจำเป็นต้องเติมเชื้อเพลิงที่แข็งแกร่งที่สุดลงไป... นั่นคือ “เป้าหมายและความท้าทาย”
ในช่วงเรียนเสริมภาคค่ำ หยางหมิงอวี่เรียกหลินเทียนมาพบที่ห้องพักครู
“อ่านไปถึงไหนแล้วล่ะ?” เขาถามพลางยิ้ม
“รายงานอาจารย์! ผมอ่านถึงบทที่สาม เรื่องฟังก์ชันแล้วครับ!” หลินเทียนตอบด้วยน้ำเสียงกังวานและเต็มไปด้วยพลัง ราวกับทหารใหม่ที่เพิ่งเข้ากรมมารายงานตัวต่อหน้าแม่ทัพ
หยางหมิงอวี่ประหลาดใจเล็กน้อย เวลาเพียงแค่บ่ายเดียว กลับเคี้ยวเนื้อหาไปได้ถึงสามบท? พลังการเรียนรู้ของเจ้าหนูคนนี้เหนือกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก
“มีตรงไหนไม่เข้าใจไหม?”
“มีครับ!” หลินเทียนพยักหน้าทันที เขาล้วงเอาสมุดจดเล่มเล็กๆ ที่ยับย่นออกมา ในนั้นเต็มไปด้วยคำถามนับสิบข้อ “อาจารย์ครับ ไอ้ ‘การโอเวอร์โหลด’ (Overloading) กับ ‘การโอเวอร์ไรด์’ (Overriding) มันต่างกันตรงไหนกันแน่? แล้วทำไมต้องมี ‘เนมสเปซ’ (Namespace) ด้วยล่ะครับ? ใช้ตัวแปรโกลบอลไม่สะดวกกว่าเหรอ?”
เขาถามคำถามเป็นชุด แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความกระหายความรู้
หยางหมิงอวี่ไม่ได้ตอบโดยตรง แต่เขาหยิบชอล์กขึ้นมาวาดรูปประกอบบนกระดานดำเล็กๆ ในห้องพักครู พลางเปรียบเทียบโดยใช้ตรรกะของเกมที่หลินเทียนเข้าใจง่ายที่สุด
“เธอจินตนาการว่า ‘ฟังก์ชัน’ (Function) คือ ‘สกิล’ ในเกมนะ ส่วน ‘การโอเวอร์โหลด’ ก็เหมือนกับสกิลเดียวกัน อย่างเช่น ‘ลูกไฟ’ เธอสามารถใช้ใส่ลูกกระจ๊อกเลเวล 1 ก็ได้ หรือจะใช้ใส่บอสเลเวล 100 ก็ได้ ถึงจะชื่อลูกไฟเหมือนกัน แต่ดาเมจที่ทำได้และการใช้มานาจะต่างกันไป นี่คือการที่ฟังก์ชันทำงานต่างกันตาม ‘พารามิเตอร์’ (Parameter) หรือเลเวลของเป้าหมายที่เธอส่งเข้าไปนั่นเอง”
“ส่วน ‘การโอเวอร์ไรด์’ ล่ะ? ให้เธอคิดถึง ‘ผังพรสวรรค์’ (Talent\ Tree) พ่อของเธอเป็นนักรบ มีท่า ‘พุ่งชนอำมหิต’ เธอสืบทอดสายเลือดจากพ่อมาจนเป็นนักรบเหมือนกัน เธอก็ทำท่า ‘พุ่งชนอำมหิต’ ได้ แต่เธอรู้สึกว่าท่าของพ่อมันเชยไปหน่อย เธอเลยอัปเกรดมันใหม่ ให้พุ่งชนแล้วมีดาเมจไฟติดไปด้วย นี่แหละคือการโอเวอร์ไรด์ คือการที่เธอเขียนทับสกิลเดิมของพ่อให้มันเจ๋งกว่าเดิม”
คำอธิบายที่แสนจะเข้าใจง่ายทำให้หลินเทียนตาสว่างทันที เขาพยักหน้าหงึกๆ พลางรีบจดบันทึกลงในสมุดอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นหลินเทียนที่กำลังตื่นเต้นและเข้าใจทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่ง หยางหมิงอวี่ก็รู้ว่าถึงเวลาแล้ว
“ทฤษฎีจะเก่งแค่ไหน มันก็เป็นแค่การรบบนกระดาษ” หยางหมิงอวี่ลบกระดานดำพลางเปลี่ยนน้ำเสียง “นักรบที่แท้จริงต้องเติบโตท่ามกลางการรบจริง ตอนนี้ ครูจะมอบการบ้านวิชาการเขียนโปรแกรมชิ้นแรก และเป็นชิ้นที่พิเศษที่สุดให้เธอ”
“การบ้านเหรอครับ?” หลินเทียนยืดหลังตรงทันที แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
หยางหมิงอวี่หยิบชอล์กขึ้นมาอีกครั้ง วาดพิกัดฉากของการเคลื่อนที่แบบเส้นโค้งอย่างง่ายลงบนกระดาน
“ยังจำ ‘ลูกไฟ’ เมื่อบ่ายนี้ได้ไหม?” เขาถาม
“จำได้ครับ!”
“ดี การบ้านวันนี้คือ เธอไม่ต้องสนใจเรื่องดาเมจของมัน สนใจแค่การโบยบินของมันเท่านั้น ผมต้องการให้เธอใช้ ‘ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์’ มาอธิบายวิถีการบินของลูกไฟนี้ให้แม่นยำที่สุด”
หยางหมิงอวี่ชี้ไปที่จุดกำเนิดของกราฟพิกัดฉาก: “ตรงนี้คือตัวเธอ หรือก็คือผู้ร่ายเวท ลูกไฟถูกยิงออกไปด้วยความเร็วเริ่มต้น v และทำมุม \alpha กับพื้นดิน”
เขาจ้องมองหลินเทียนด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและคมปลาบ
“ข้อกำหนดของผมคือ เธอต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาหนึ่งโปรแกรม เมื่อผมพิมพ์ค่าความเร็วเริ่มต้น v และมุม \alpha ลงไป โปรแกรมของเธอจะต้องคำนวณออกมาได้ว่า ลูกไฟลูกนี้จะบินไปได้ไกลแค่ไหน ซึ่งก็คือระยะยิง R และมันจะบินได้สูงที่สุดเท่าไหร่ ซึ่งก็คือความสูงสูงสุด H”
“และที่สำคัญ” หยางหมิงอวี่เน้นเสียงหนัก “ในโปรแกรมนั้น เธอต้องเขียนสูตรคณิตศาสตร์ที่เธอใช้ พร้อมทั้งแสดงวิธีทำและที่มาที่ไปให้ชัดเจนด้วย”
หลินเทียนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
การบ้านเขียนโปรแกรม... ทำไมมันถึงไปเกี่ยวกับคณิตศาสตร์กับฟิสิกส์ได้ล่ะเนี่ย?
สมองของเขาเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่มันคือเนื้อหาวิชาฟิสิกส์ ม.ปลาย เรื่องที่คลาสสิกที่สุดอย่าง “การเคลื่อนที่แบบแนวราบและแนววิถีโค้ง (Projectile Motion)” ไม่ใช่หรือไง?
เขานึกถึงหนังสือเรียนฟิสิกส์ที่เขาเคยโยนทิ้งไว้ที่มุมห้อง นึกถึงตัวแปรที่เคยทำให้เขาปวดหัวอย่างค่า g, sin, cos...
“อาจารย์ครับ คือว่า...”
“ทำไม ทำไม่ได้เหรอ?” มุมปากของหยางหมิงอวี่หยักยิ้มเล็กน้อย “ ‘พระเจ้าผู้สร้างโลก’ ที่แม้แต่คำนวณวิถีการบินไม่ได้ จะไปสร้างโลกแห่งความจริงที่ทำให้ผู้เล่นเชื่อถือได้อย่างไร?”
ประโยคนี้แทงใจดำของหลินเทียนเข้าอย่างจัง
ใช่แล้ว! โลกของเกมก็คือการจำลองและสร้างโลกแห่งความเป็นจริงขึ้นมาใหม่ไม่ใช่หรือ? กฎทางฟิสิกส์ กฎเกณฑ์ทางคณิตศาสตร์ สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือตรรกะระดับล่างสุดที่ประกอบกันเป็นโลกที่ “สมจริง”!
เขาเคยหลงคิดว่าการเรียนสายวิทย์-คณิตมันไร้ประโยชน์ แต่ตอนนี้เขาถึงได้เข้าใจว่า สิ่งที่เขาเคยเกลียดที่สุดเหล่านี้นี่แหละ คือเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในมือของ “พระเจ้าผู้สร้างโลก” ที่เขาฝันอยากจะเป็น!
“เปล่าครับ! ผมทำได้!” หลินเทียนเกือบจะตะโกนออกมา
จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่พุ่งพล่านออกมาจากใจของเขาในตอนนี้ ไม่ใช่เพื่อชัยชนะในเกมอีกต่อไป แต่มันคือการปกป้องศักดิ์ศรีของ “พระเจ้าผู้สร้างโลก”!
“ดีมาก” หยางหมิงอวี่พยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ผมให้เวลาเธอสามวัน ถ้าเจอโจทย์เลขหรือฟิสิกส์ตรงไหนที่แก้ไม่ได้...”
เขาเว้นจังหวะ แล้วเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน: “...ไปถามอาจารย์คณิตศาสตร์กับอาจารย์ฟิสิกส์ของเธอสิ พวกเขานั่นแหละคือ ‘เทพเจ้า’ ของสายวิชานี้ตัวจริง”
พูดจบเขาก็ไม่กล่าวอะไรต่ออีก ทำเพียงโบกมือเป็นสัญญาณว่าหลินเทียนกลับไปได้แล้ว
หลินเทียนหอบเอา “การบ้านฉบับพิเศษ” นี้เดินกลับบ้านด้วยท่าทางที่เหมือนคนวิญญาณหลุดลอย
แสงจันทร์ทอดเงาของเขาให้ยาวเหยียด
ในหัวของเขา ซีกหนึ่งเต็มไปด้วยเรื่องพอยน์เตอร์ (Pointer) และการอ้างอิง (Reference) ของ C++ ส่วนอีกซีกหนึ่งคือความสับสนวุ่นวายของค่า sin และ cos ความรู้ที่แตกต่างกันสุดขั้วสองอย่างนี้ กำลังเริ่มหลอมรวมกันในสมองของเขาเป็นครั้งแรกอย่างน่าอัศจรรย์
วันต่อมา ห้อง ม.4 ห้อง 14 ทั้งห้องก็ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในภาพที่เหลือเชื่อ
หลินเทียนที่เคยเอาแต่นอนหลับหรือไม่ก็เล่นเกมในคาบเรียน กลับกำลังตั้งใจฟังครูสอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
เมื่ออาจารย์คณิตศาสตร์กำลังพิสูจน์สูตรตรีโกณมิติบนกระดานดำ หลินเทียนกลับตั้งใจฟังยิ่งกว่าใครเพื่อน มือของเขาขยับจดบันทึก “ยิกๆ” อย่างไม่หยุดหย่อน ท่าทางที่จดจ่อขนาดนั้นทำเอาอาจารย์คณิตศาสตร์ถึงกับนึกว่าตัวเองตาฝาดไปเสียด้วยซ้ำ
และเมื่ออาจารย์ฟิสิกส์สอนเรื่องการแตกแรงและการเคลื่อนที่ หลินเทียนยิ่งเบิกตาโพลง ราวกับจะกลืนกินทุกคำพูดของอาจารย์ลงไปในท้องให้หมด
ในช่วงพักเบรค เขาไม่ได้นั่งศึกษาบทสรุปเกมอีกต่อไป แต่กลับถือสมุดจดเล่มยับๆ นั่น สลับกับการเปิดดูหนังสือ C++ และหนังสือเรียนเลข-ฟิสิกส์ ม.ปลาย พลางคำนวณกลับไปกลับมาอย่างเคร่งเครียด
โลกของเขาเริ่มเต็มไปด้วยความหมายและตารางงานที่ยุ่งเหยียดเป็นครั้งแรก
ทว่า ปัญหาก็มาจนได้
ในขั้นตอนหนึ่งของการคำนวณวิถีการบิน เขาติดอยู่ตรงปัญหาเรื่อง “การหาค่าสูงสุดและต่ำสุดของฟังก์ชันกำลังสอง (Quadratic Function)” เขาพยายามทำทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ยังคิดหาวิธีแก้ที่ดีที่สุดไม่ออก
เขาขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด นั่งกระสับกระส่ายอยู่กับที่เหมือนสัตว์ร้ายที่ติดจั่น
ทำยังไงดี?
ถ้าเป็นนิสัยเดิมๆ ของเขา เขาคงเขวี้ยงสมุดทิ้งแล้วเปิดเครื่อง GBA ไปนานแล้ว
แต่ในตอนนี้ เสียงที่ดังขึ้นในหัวของเขาคือคำพูดของหยางหมิงอวี่ที่ว่า— “ไปถามอาจารย์คณิตศาสตร์กับอาจารย์ฟิสิกส์ของเธอสิ พวกเขานั่นแหละคือ ‘เทพเจ้า’ ของสายวิชานี้ตัวจริง”
จะให้ไปถามครูเหรอ?
หลินเทียนลังเล ตั้งแต่โตมาจนป่านนี้ นอกจากจะถูกครูเรียกไปตำหนิแล้ว เขาก็ไม่เคยเป็นฝ่ายเดินเข้าไปคุยกับครูก่อนเลยสักครั้งในชีวิต
เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าว
แต่เมื่อนึกถึงศักดิ์ศรีของ “พระเจ้าผู้สร้างโลก” เมื่อนึกถึงแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของหยางหมิงอวี่...
ความกล้าหาญที่ไม่รู้มาจากไหนก็พุ่งพล่านขึ้นมา
ในคาบเรียนคณิตศาสตร์ถัดมา ในช่วงเปิดโอกาสให้ซักถาม เมื่ออาจารย์คณิตศาสตร์ถามตามความเคยชินว่า “มีใครมีคำถามอะไรไหมครับ?”
มือข้างหนึ่งที่มุมห้อง ก็ค่อยๆ ชูขึ้นมาอย่างสั่นๆ
นั่นคือหลินเทียน!
วินาทีนั้น ห้องทั้งห้องเงียบสนิทราวกับป่าช้า
เพื่อนร่วมห้องทุกคนต่างมองเขาเหมือนมองเห็นตัวประหลาด
แม้แต่อาจารย์คณิตศาสตร์บนโพเดียมก็ถึงกับอึ้งไป เขาขยับแว่นสายตา มองแล้วมองอีกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้มองคนผิด ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มว่า:
“นะ... นักเรียนหลินเทียน เธอ... เธอมีคำถามอะไรเหรอ?”
หลินเทียนเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความประหม่า แต่เขาก็รวบรวมความกล้าทั้งหมด เค้นเสียงถามสิ่งที่คาใจมานานออกมาดังลั่นห้อง
“อาจารย์ครับ! ผมอยากทราบว่าฟังก์ชันกำลังสอง y = ax^2 + bx + c ในกรณีที่โดเมน (Domain) ถูกจำกัด เราจะมีวิธีหาค่าสูงสุดและต่ำสุดออกมาให้เร็วที่สุดได้อย่างไรครับ?!”
คำถามนี้ชัดเจน แม่นยำ และมีระดับความลึกซึ้งพอตัว
อาจารย์คณิตศาสตร์ถึงกับหัวใจพองโต!
เขาแทบจะพุ่งลงจากโพเดียมมาหาหลินเทียน คว้าเอากระดาษร่างของเขาไปดู แล้วเริ่มอธิบายด้วยความกระตือรือร้นและอดทนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถึงกรณีการแยกพิจารณาค่าต่างๆ อย่างละเอียด
เพื่อนร่วมชั้นทุกคนต่างมองภาพที่เหลือเชื่อนี้ด้วยสายตาเหมือนกำลังเห็นมนุษย์ต่างดาว
โดยเฉพาะหวังฮ่าวถึงกับอ้าปากค้าง ปากกาที่ควงอยู่ร่วงหลงพื้นดังแปะ
ส่วนหยางหมิงอวี่ที่แอบดูอยู่ตรงประตูหลังห้อง ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
มุมปากของเขาหยักยิ้มด้วยความปลาบปลื้มใจ
เขารู้ดีว่า เมล็ดพันธุ์ที่เขาบรรจงฝังไว้ด้วยมือของเขาเอง หลังจากผ่านทั้งความกังขา ความตกตะลึง และความปรารถนาอันแรงกล้า... ในที่สุดมันก็สามารถชอนไชผ่านผืนดินที่แข็งกระด้างที่สุด แตกยอดอ่อนที่ดูเปราะบางทว่าเต็มไปด้วยพลังชีวิตออกมาสู่แสงตะวันได้เป็นครั้งแรกแล้ว