บทที่ 3 : วิกฤต (2)
ต่อจากนี้...คือการเก็บเกี่ยว
ซูเฉินมองศพของงูยักษ์มีเขาที่นอนเหยียดอยู่บนพื้นป่าด้วยสายตาหนักแน่น
กลิ่นคาวและกลิ่นดินชื้นผสมกันจนแทบหายใจไม่ออก
แม้ร่างมันจะเหี่ยวแห้งเพราะถูกเถาวัลย์ยักษ์ดูดของเหลวไปเกือบหมด แต่เนื้อสีขาวซีดยังติดอยู่ตามแนวกระดูกอย่างหนาแน่น
“ของทั้งหมดนี้...ต้องไม่ปล่อยให้เสียเปล่า”
เขาก้มลง ใช้มีดสารพัดประโยชน์เลาะเนื้อออกจากซากอย่างระมัดระวัง
ใบมีดเฉือนผ่านเนื้อได้ง่ายราวกับตัดกระดาษ เสียงเฉือนเบาๆ ดังสม่ำเสมอ
เนื้อแต่ละชิ้นถูกห่อด้วยใบไม้ใหญ่และมัดด้วยเถาวัลย์เล็กที่หาได้จากรอบๆ
ต้องเดินไปกลับหลายรอบเพื่อขนกลับไปยังโพรงต้นไม้ แต่เขาไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย—
มีเพียงความพึงพอใจและความรู้สึกปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทีละนิด
เขามองกองเนื้อที่ห่อไว้อย่างระเบียบ
“อย่างน้อยคืนนี้...ข้าจะไม่อด”
ทุกส่วนของร่างงูมีค่า—หนังของมันเหนียวราวเหล็กกล้า
ซูเฉินลองตัดชิ้นเล็กๆ แล้วลองดึงดู มันแทบไม่ยืดหรือขาด
หากไม่มีมีดเล่มนี้ เขาคงไม่มีทางฆ่ามันได้แน่ แม้แต่ทำรอยแผลก็คงยาก
ความคิดนั้นทำให้เขารู้สึกหนาววาบ—ถ้างูไม่ตายตั้งแต่แรงแรก เขาเองคงเป็นฝ่ายถูกกลืน
เขาใช้สันมีดเคาะกระดูกของมัน เสียงแกร่งสะท้อนคล้ายโลหะเคาะหิน
“แข็งชะมัด...” เขาพึมพำ เหมือนจะสัมผัสได้ถึงความเกรงขามของสิ่งมีชีวิตนี้
กระทั่งเขาเห็นสิ่งหนึ่ง—ถุงน้ำดีสีเขียวเข้มซ่อนอยู่ในช่องท้อง
เขาเปิดดูข้างใน มีของเหลวหนืดสีดำอมฟ้า
“นี่น่าจะเป็นถุงพิษ…” ซูเฉินใช้ใบไม้ห่อมันอย่างระวัง แล้วเก็บแยกไว้
“นี่หัวใจ... นี่ต่อมน้ำ... ส่วนนี้ไม่รู้—เก็บไว้ก่อนเผื่อใช้ได้”
เขาเก็บทุกอย่างที่ยังพอใช้ได้ จนเหลือเพียงโครงกระดูกสีขาว และส่วนหัวขนาดมหึมาที่กบดำนอนคาอยู่ในปาก
ใต้คางงู เขาเห็นประกายแสงบางอย่างสะท้อนแสงอาทิตย์
เกล็ดสีดำสนิทเรียงซ้อนกันแน่น ลักษณะไม่เหมือนเกล็ดของงูเลยแม้แต่น้อย
ซูเฉินก้มลงเก็บขึ้นมา สัมผัสแรกให้ความรู้สึกคล้ายเหล็กเย็นๆ เขาลองลูบด้านคม—รู้สึกถึงความแหลมจนเสียวปลายนิ้ว
เขาทดลองใช้มันกรีดบนหนังงู
“ฉึบ!”
หนังงูที่เหนียวราวเกราะศักดิ์สิทธิ์ กลับถูกเฉือนออกเป็นทางได้อย่างง่ายดาย
ดวงตาของซูเฉินเป็นประกาย “ของดี...”
เขารีบเก็บมันทั้งหมดลงถุงใบไม้
ต่อมา เขาพยายามดึงขาหลังของกบออกจากปากงู แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่ขยับ เพราะฟันของงูฝังลึกเข้าไปในหนังของกบ
เขาจึงต้องใช้มีดตัดฟันงูออกทีละซี่ เสียง “กร๊อบ” ดังสะเทือนใจ
ในที่สุดกบเกล็ดดำก็หลุดออกมาทั้งตัว
ซูเฉินถอยไปสองก้าวเมื่อเห็นรูปร่างของมันชัดๆ
มันไม่เหมือนกบที่เขาเคยรู้จัก—
ดวงตากลมโตเกินขนาด ปากกว้าง ขาหลังหนาเป็นมัดกล้าม และ...มี “หู” ที่เคลื่อนไหวได้
ปลายนิ้วเท้ามีกรงเล็บยาวเหมือนสัตว์นักล่า
หลังของมันตะปุ่มตะป่ำคล้ายคางคก แต่เมื่อมองใกล้ๆ เขาเห็นว่ามันคือ “เกล็ด”
ซูเฉินหยิบเกล็ดที่เก็บได้จากงูมาทาบ — พอดีกันเป๊ะ
เขาถอนหายใจเบาๆ “เจ้างูนี่...คงล่าพวกมันมาหลายครั้งแล้วสินะ ถึงรู้ว่าจะจัดการยังไง”
เขามองเจ้ากบสีดำที่นอนนิ่ง “กินได้ไหมเนี่ย...”
หลังคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาส่ายหน้า “ไม่...ข้าคงไม่กล้าลอง”
ตอนนี้เขายังไม่มีแรงพอจะจัดการโครงกระดูกยักษ์ จึงปล่อยไว้ก่อน
แล้วหันกลับไปขนเนื้อที่เหลือกลับโพรง
เมื่อกลับถึงที่พัก เนื้อที่ขนมากองรวมกันจนสูงเป็นภูเขาเล็กๆ
“นี่สินะ...ภูเขาเนื้อ” เขาพึมพำ ยิ้มบาง
เขาเริ่มย่างเนื้อบนกองไฟ กลิ่นหอมของมันลอยอบอวลทั่วโพรง
เสียง “ฉี่ๆ” ของไขมันกระเด็นลงไฟทำให้เขากลืนน้ำลายอย่างห้ามไม่อยู่
พอเนื้อเริ่มสุก เขาก็ยกไม้เสียบขึ้นมากัดเต็มปาก—
รสชาติหอมมัน มีความหวานเล็กน้อยของเนื้อป่า
“อร่อย...” เขาวางไม้ลง หัวเราะเบาๆ “กินกับเห็ดก็เข้ากันดี”
แต่ความอิ่มก็นำมาซึ่งปัญหาใหม่
“จะเก็บไว้ยังไง...” เขาขมวดคิ้ว
ในโลกนี้ไม่มีตู้เย็น จะเก็บเนื้อยังไงไม่ให้เน่า?
สายตาเหลือบไปที่มีดในมือ
“ถ้าทำไฟได้...ก็น่าจะทำน้ำแข็งได้ด้วยสิ”
เขาลองนึกในใจ
ไอสีขาวเริ่มลอยขึ้นรอบใบมีด แสงสีฟ้าอ่อนๆ แผ่กระจาย อุณหภูมิลดลงจนไอเย็นจับตัวเป็นน้ำแข็ง
“มีดเทพของแท้...” เขาพึมพำ ก่อนจะเอามีดจุ่มลงในถังไม้เล็กๆ
ไม่กี่วินาที น้ำในนั้นก็กลายเป็นน้ำแข็งแข็งทื่อ
【ซูเฉินได้รับน้ำแข็ง 1 หน่วย】
เขายิ้มออกมา “ใช้ได้เลย... ถ้างั้น ขุดห้องเย็นเองก็ได้”
เขาเริ่มขุดหลุมแนวเฉียงจากพื้นข้างโพรงลงไปใต้ดิน
ไม่มีจอบ? ไม่เป็นไร—มีดในมือเปลี่ยนรูปเป็นจอบในทันที
แรงต้านของดินนุ่มราวขุดเต้าหู้
เขาขุดทางลาดยาวราวสิบเมตร พื้นพอให้คนเดินได้ แล้วขยายเป็นห้องกว้างประมาณห้าคูณห้าเมตร สูงสองเมตร
สำหรับแสงสว่าง เขานำน้ำมันจากท้องงูผสมกับหญ้าแห้ง ทำเป็นคบเพลิงติดตามผนัง
ใช้เวลาไม่นาน ห้องเก็บอาหารชั่วคราวก็เสร็จ
เขาเดินออกมาพร้อมเหงื่อชุ่มตัว มองท้องฟ้าที่พระอาทิตย์ขึ้นสูงอยู่ตรงหัว
“เที่ยงแล้ว...” เขาพึมพำ ก่อนจะหยิบเนื้อและเห็ดมากินเป็นมื้อกลางวัน
ความเหนื่อยหายไปแทบหมดสิ้น
เมื่ออิ่ม เขารีบขนเนื้อทั้งหมดลงห้องใต้ดินเพื่อป้องกันกลิ่นล่อสัตว์ป่า
เนื้อกองโตค่อยๆ หายไปในหลุม จนเหลือเพียงกลิ่นจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ
เขาปิดปากหลุมด้วยไม้และดินอย่างแน่นหนา
“ฟู...” เขาถอนหายใจยาว รู้สึกโล่งใจราวเพิ่งผ่านสงคราม
“ที่เหลือก็แค่...ขุดบ่อไว้ต่อท่อน้ำจากลำธาร”
เขาเหลือบมองท้องฟ้า — พระอาทิตย์กำลังจะตก
“วันนี้คงไม่ทันแล้ว...พรุ่งนี้ค่อยทำ”
คืนที่สองมาถึง
เสียงแมลงและสัตว์ร้องระงมไปทั่วป่าอีกครั้ง แต่คืนนี้ซูเฉินไม่ได้รู้สึกเหมือนคืนก่อน เขาเริ่มคุ้นกับเสียงเหล่านี้
จนกระทั่งเสียงบางอย่างดังมาจากลึกในป่า—เสียงคำรามสลับเสียงปะทะของสัตว์ขนาดใหญ่
ซูเฉินลืมตาในทันที หัวใจเต้นแรง
เขารีบดับไฟด้วยน้ำ กลัวว่าพวกมันจะเห็นแสงไฟแล้วเข้ามาใกล้
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงปะทะก็หายไป เหลือเพียงเสียงแมลงกลับมาแทนที่
เขาพิงผนังโพรง หลับตาลงช้าๆ ความง่วงเข้าครอบงำ
คืนนี้...ยังคงปลอดภัย