ตอนที่ 5 เอียวาคริสเปอร์ (2)
ซูเฉินคิดว่า…เขาเข้าใจ “ระบบ” แล้ว
แต่เปล่าเลย — เขาคิดผิดอย่างมหันต์
เขาคิดว่า “เลือด” ที่เอียวาคริสเปอร์ต้องการ คือสัญญาณของการทำพันธสัญญาอย่างในนิยาย
แต่ความจริง…มันแค่ “หิว” และมองเขาเป็นอาหาร
ซูเฉินนั่งยอง ๆ อยู่หน้าเถาวัลย์สีฟ้า ยกมีดขึ้นกรีดปลายนิ้ว
หยดเลือดสีแดงสดไหลลงบนหนวดบางเส้นที่ยื่นมาหา
หนวดนั้นสั่นระริก… ก่อนจะห่อหุ้มเลือดหยดนั้นไว้ แล้วดูดเข้าไปในชั่วพริบตา
เงียบงัน—
จากนั้น...
“ถุย!”
เอียวาคริสเปอร์ “คาย” เลือดออกมาอย่างไม่ลังเล
หยดเลือดกระเด็นโดนหน้าเท้าซูเฉิน
“ให้ตายสิ...” ซูเฉินยืนนิ่ง หางคิ้วกระตุก “นี่เลือดข้ามันแย่ขนาดนั้นเลยเรอะ?”
ข้อความระบบลอยขึ้นมา
【สถานะ: ดีใจ / รังเกียจเลือดเจ้า】
【ความต้องการ: เลือด, เนื้อ】
ซูเฉินเงียบงัน มุมปากกระตุก
ข้าควรดีใจที่ไม่ถูกกิน หรือเสียใจที่เลือดไม่อร่อยดีล่ะเนี่ย…
เขาถอนหายใจ “เจ้าสื่อสารได้ไหม?”
เถาวัลย์นิ่งไม่ตอบ หนวดทั้งแปดส่ายไปมาช้าๆ ราวกับไม่เข้าใจคำพูด
ซูเฉินจึงลองใช้ท่าทาง เขาโยนกิ่งไม้ไปข้างหน้า แล้วทำท่าเหมือนหมาวิ่งไปคาบกลับมาให้ดู
เถาวัลย์มองเขาเงียบ ๆ
จากนั้น หนึ่งในหนวดก็เลื้อยไปคีบกิ่งไม้... แล้ว “โยนกลับ” มาทางเขา
ซูเฉิน: “...”
เถาวัลย์: “...”
ความเงียบระหว่างมนุษย์กับพืชกินเนื้อ
ซูเฉินยกมือกุมหน้า ดูเหมือนเราจะเข้าใจผิดกัน...
เอียวาขยับหนวดอีกครั้ง ชี้ไปยังกิ่งไม้เหมือนจะพูดว่า
“ทีนี้เจ้าบ้าง — ไปสิ ไปคาบมา!”
ซูเฉินกลั้นหายใจ ยกมีดขึ้นในมือ
หนวดทั้งแปดสะดุ้งเฮือก ก่อนจะรีบเลื้อยไปเก็บกิ่งไม้มาโยนคืนให้เขาอย่างว่องไว
“ดีมาก...” ซูเฉินยิ้มจางๆ “เข้าใจเร็วดีนี่ เจ้าไม่ใช่พืชโง่เลย”
เขารู้สึกทั้งขำทั้งอายที่เมื่อกี้พยายามเล่นเป็นหมา
เขายื่นมือออกไป “ข้าชื่อซูเฉิน”
เถาวัลย์ขมวดหนวดเล็กน้อย เหมือนยังไม่เข้าใจ
ซูเฉินทำมือจับมือในอากาศ แล้วชี้เข้าหาตัวเอง ก่อนจะชี้ไปที่มัน
จากนั้นใช้นิ้วสองข้างไขว้เป็นรูปหัวใจ
“เข้าใจไหม แบบนี้คือ ‘รู้จักกัน’”
หนวดทั้งแปดชะงักไปอึดใจ ก่อนจะรวมกันเป็นเกลียวเดียว พันปลายนิ้วของเขาเบาๆ
สัมผัสเย็นชื้นนั้นทำให้ซูเฉินรู้สึกเหมือนจับมือกับสิ่งมีชีวิตจริงๆ
เขายิ้มบาง “ดี... จากนี้ข้าเรียกเจ้าว่า ‘เอียวา’ แล้วกัน”
เอียวาเงยหนวดขึ้นลงเบาๆ คล้ายรับรู้
“เอียวา...” ซูเฉินพูดช้าๆ “จากนี้เจ้าช่วยคอยดูรอบๆ ให้ข้าที ถ้ามีอะไรเข้ามา ใบไม้ไหวเสียงดัง หรืออะไรก็ตาม ให้รีบส่งสัญญาณเข้าใจไหม?”
หนวดทั้งแปดสั่นพร้อมกัน เหมือนตอบ “เข้าใจแล้ว”
“ดี...” ซูเฉินพึมพำ โล่งใจอย่างประหลาด
“อย่างน้อยตอนนี้ ข้ามียามกลางคืนแล้ว”
เขามองไปรอบที่พัก — ตอนนี้เริ่มมีทั้งบ่อน้ำ ห้องเก็บอาหาร และเถาวัลย์ที่คอยเฝ้าระวัง
รั้ว... คงยังไม่จำเป็นในตอนนี้หรอกมั้ง เขาคิด แต่ก็นึกแปลกใจในใจตัวเอง
ข้าเริ่มคิดเหมือนคนจะตั้งรกรากในป่านี่เลยสินะ...
เขาหัวเราะเบา ๆ “ข้ามันคนบ้าอะไรเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็อยากสร้างบ้านในต่างโลก…”
แต่พอนึกถึงความจริง — โลกเดิมไม่มีใครรอเขา ไม่มีบ้าน ไม่มีคนรัก
ความคิดนั้นก็กลายเป็นเพื่อนเงียบ ๆ ในหัว
ท้องเริ่มปั่นป่วน... ซูเฉินชะงัก
“เอาแล้วไง ต้องหาที่...ปลดทุกข์”
เขารีบเดินไปหลังพุ่มไม้ ถกกางเกงนั่งย่อลง
แต่... “ไม่ออก”
ซูเฉินกัดฟัน “เฮ้อ ทำไมมันไม่ออกตอนที่อยากออกวะ...”
เขาหันไป — เจ้าเอียวากำลังเลื้อยตามมาช้าๆ แล้ว “จ้องหน้า” เขาอยู่
“เจ้าช่วยออกไปก่อนได้ไหม?” เขาโบกมือไล่
หนวดทั้งแปดยกขึ้นลงเบาๆ ก่อนค่อย ๆ ถอยไป
หลังจากเสร็จธุระ ซูเฉินถอนหายใจโล่ง
“ต้องสร้างห้องน้ำให้ได้ ไม่งั้นข้าคงกลายเป็นคนขี้ตกใจแน่...”
เขาเริ่มหาทำเล เห็นว่าหลังโพรงต้นไม้โล่งดี จึงเลือกตรงนั้น
“ของเสียยังใช้ทำปุ๋ยได้ด้วย...แต่ใครจะเป็นคนขุดมันขึ้นมาวะ ไม่ใช่ข้าแน่”
เขาเริ่มขุดหลุม—และเผลอลงแรงเพลินจนได้หลุมลึกกว่า 10 เมตร
พอจะปีนขึ้น...ถึงได้รู้ว่าตัวเอง “ติดอยู่ข้างล่าง”
“บัดซบ...” เขากระโดดสุดแรงแต่ได้แค่สองเมตร ยังเหลืออีกแปด
“ถ้าอย่างนั้น... กระบองวิเศษ!”
มีดในมือเปลี่ยนรูปร่างทันที กลายเป็นแท่งโลหะเรียวยาว
เขายืดมันช้า ๆ เพื่อใช้ดันตัวขึ้น แต่กระบองกลับยืดไม่หยุด!
ซูเฉินลอยขึ้นฟ้า “เฮ้ย! หยุด! หด! หดเดี๋ยวนี้!!”
“ฟึ่บ!”
กระบองหดกลับในพริบตา ร่างของเขาร่วงลงพื้นดัง “ตุ้บ!”
ฝุ่นฟุ้งตลบ
ซูเฉินไอแค่ก ๆ มองมีดที่กลับมาอยู่ในรูปเดิม
“สาบานเลย...ต่อไปจะไม่พูดชื่อแปลก ๆ อีกแล้ว”
หลังจากนั้น เขาตัดไม้แปรรูป ทำพื้นไม้ปิดปากหลุม เจาะช่องตรงกลาง
ไม้หนาแน่นพอจะรับน้ำหนักได้ “ห้องน้ำโบราณ” เสร็จสมบูรณ์
แต่ยังไม่มีที่กำบัง เขาจึงสร้างกำแพงไม้สี่เสา เจาะร่องเสียบไม้แผ่นเข้าด้วยกัน
ไม่มีตะปู? ก็ใช้การ “เสียบเข้าลิ่ม” แทน
ส่วนหลังคา เขาใช้ไม้ซุงผ่าครึ่ง จัดเรียงเป็นสามเหลี่ยมขวางด้านบน มุงใบไม้ทับ
ภายในวันเดียว “ส้วมหลังแรกของโลกเอลโดเรีย” ก็ถือกำเนิดขึ้น
เมื่อพระอาทิตย์คล้อยต่ำ ซูเฉินกลับไปจุดไฟ
เขานำหินแบนจากลำธารมาวางบนไฟเป็นเตาย่างหิน
เนื้องูชิ้นหนา เห็ดป่ากับผักกบเรียงบนแผ่นหิน กลิ่นหอมลอยฟุ้งในยามเย็น
เขายกชิ้นเนื้อขึ้นมากัดเต็มปาก “อร่อย...สุดยอด”
อีกชิ้น เขาโยนให้เอียวาที่นอนขดอยู่ข้างต้นไม้
หนวดทั้งแปดพุ่งมาคว้า กลืนอย่างพอใจ
ฟ้าสีแดงค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงแสงสีครามจากพระจันทร์สองดวง
ในยามค่ำนี้ เถาวัลย์ยักษ์ได้เติบโตขึ้นอีกขั้น
มันพันรอบต้นไม้ใหญ่ที่ซูเฉินอาศัยอยู่ และแตกหน่อรากแผ่ลงสู่ดิน
รากสีฟ้าหยาบหนาเลื้อยออกไปไกลเกินห้าร้อยตารางเมตร
ตามพื้นดินเกิดรากอากาศเล็ก ๆ นับพันเส้น สั่นไหวเบา ๆ เหมือนขนละเอียด
นั่นคือ “โครงข่ายประสาท” ของเอียวา —
หากมีสิ่งใดเหยียบโดน มันจะรู้ทันที
ถ้าเป็นสัตว์เล็ก มันจะเข้าไปจัดการเอง
แต่หากเป็นสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ มันจะส่งสัญญาณเตือนถึงซูเฉิน
ชายหนุ่มมองออกไปจากโพรง เห็นหนวดสีฟ้าเลื้อยพลิ้วในแสงจันทร์
รู้สึกได้ถึงความปลอดภัยเป็นครั้งแรกในโลกนี้
คืนนี้ เขาหลับลงอย่างสงบ
โดยมี “เอียวา” เฝ้าอยู่เงียบ ๆ ข้างนอก