บทที่ 4 เพื่อพิทักษ์กายหยางของตน
"หยางบริสุทธิ์"
นี่คือความเจ็บปวดชั่วชีวิตของผู้บำเพ็ญเพียรชายหลายคนบนแท่นสูง
ชายชราใบหน้ากร้านโลกมองท้องฟ้าแล้วรำลึกความหลังช้าๆ
"ปีนั้น ข้าอายุสิบแปด นางก็อายุสิบแปด
ข้าถือดอกไม้ไปหวังจะเป็นคู่บำเพ็ญเพียร ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีไปกับนาง
แต่นางบอกว่าข้าไม่มีกายหยางบริสุทธิ์ ไม่รักษาจรรยาบุรุษ จึงทิ้งข้าไป"
ศิษย์พี่ที่นั่งข้างๆ อดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้นมา "ศิษย์น้อง ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะเจ้าไปสำนักเหอฮวนบ่อยเกินจนไตพร่อง ศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นเลยไม่เอาเจ้าหรือเปล่า?"
"ไอ้สัตว์เดรัจฉาน พูดจาเหลวไหล วันนี้ข้าคงปล่อยเจ้าไว้ไม่ได้" นักพรตชราที่กำลังดื่มด่ำกับอดีตโกรธจัดและลงมือทันที
ยอดฝีมือทั้งสองพุ่งขึ้นไปต่อสู้กันบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
เมื่อมองแสงสีแดงจากการปะทะกันบนฟ้า ผู้บำเพ็ญเพียรชั้นสูงอีกคนที่นั่งอยู่อีกด้านก็เอ่ยขึ้นอย่างสบายอารมณ์
"แสงสีแดงนี้ดูคล้ายแสงอาทิตย์ยามอัสดง ข้าจำได้ว่าปีนั้น ท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยแสงสีแดงเช่นนี้
ข้ากับศิษย์น้องไปสำนักเหอฮวนด้วยกัน ตอนออกมา ข้าถามเขาว่าหมดหินวิญญาณไปเท่าไหร่
ศิษย์น้องเกาหัวแล้วยิ้มบอกว่า 'ศิษย์พี่หญิงคนนั้นบอกว่าข้ามีกายหยางบริสุทธิ์ ไม่เก็บหินวิญญาณสักก้อน แถมยังให้อั่งเปาซองโตมาด้วย'"
"ตกลงท่านจะสื่ออะไร?" ผู้บำเพ็ญเพียรข้างๆ ถาม
"ประเด็นคือคนที่มีกายหยางบริสุทธิ์ต้องไปสำนักเหอฮวน เสียตัวแถมยังได้อั่งเปาอีกต่างหาก"
"เขาเป็นทูตโปรโมตของสำนักเหอฮวน พาลูกค้าไปสิบคนได้ส่วนลดครึ่งราคาหนึ่งครั้ง ทุกคนอย่าไปสนใจเขาเลย"
ในขณะที่เหล่ายอดฝีมือบนแท่นสูงกำลังรำลึกความหลัง ฉู่เหอก็ผ่านกระบี่ถามใจมาได้อย่างปลอดภัย
"เจ้าขาแก่ สู้ๆ!" ฉู่เหอยืนอยู่ด้านหลัง ตะโกนเชียร์เฉินเชียนฟานที่กำลังเดินออกไป
เฉินเชียนฟานมุมปากกระตุก ดูเหมือนกำลังสบถคำหยาบออกมา
"นาม"
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นยังไม่หายอึ้งจากคำตอบของฉู่เหอ เอ่ยถามเสียงแข็งทื่อ
(ใช่ กายหยางบริสุทธิ์ของข้า นั่นคือคืนแรกของข้ากับศิษย์พี่หญิง...)
"สามขา"
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นกำลังนึกถึงความทรงจำอันหอมหวาน จู่ๆ ก็ได้ยินชื่อที่ไม่ค่อยหวานหูนัก
เขาเงยหน้าขวับ กระบี่บินด้านหลังพุ่งออกจากฝักทันที
"ไม่ใช่ เฉินเชียนฟาน ข้าชื่อเฉินเชียนฟาน"
หน้าของเฉินเชียนฟานซีดเผือด เป็นความผิดของฉู่เหอแท้ๆ ที่เรียกเขาว่า 'เจ้าขาแก่' ทุกวัน จนเขาเผลอหลุดปาก
ทว่าศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นขมวดคิ้ว หยิบหยกสื่อสารออกมาเรียกคน
ครู่เดียวศิษย์ขี่กระบี่เจ็ดแปดคนก็มาถึง ถือปึกประกาศจับเพ่งเล็งเฉินเชียนฟาน
ระหว่างนั้น กระบี่วิเศษห้าหกเล่มและคาถาอาคมกว่าสิบอย่างเล็งมาที่เฉินเชียนฟาน
หากขยับตัวผิดปกติแม้แต่นิดเดียวคงได้ร่างแหลกวิญญาณสลายแน่
จนกระทั่งเฉินเชียนฟานหยิบป้ายหยกแสดงฐานะตระกูลเฉินออกมา ฝูงชนถึงค่อยๆ สลายตัวไป และการสอบถามจึงดำเนินต่อ
"ภูมิลำเนา"
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นเก็บกระบี่วิเศษแล้วถามต่อ
"เมืองหลวงแคว้นฉิน จวนตระกูลเฉิน เข้าประตูเลี้ยวซ้าย ผ่านเจ็ดเรือน เลี้ยวขวา ผ่านคลังหินวิญญาณที่มีหนึ่งหมื่นสองพันล้านก้อน แล้วเลี้ยวซ้าย ผ่านลานบำเพ็ญเพียรของบรรพชนตระกูลเฉินระดับฝ่าด่านเคราะห์ ตรงไป ผ่านไร่สมุนไพรส่วนตัวหมื่นไร่..."
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นจดบันทึกไปพลางเงยหน้ามองเฉินเชียนฟานด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
เจ้าหนุ่ม นี่เจ้าจะอวดรวยหรือไง?
"เมืองหลวงแคว้นฉิน อายุ"
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นตัดบทเฉินเชียนฟานแล้วถามต่อ
"สิบหกปี หนึ่งเดือน สิบแปดวัน สามชั่วยาม สองเค่อ"
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นจรดพู่กันเขียนคำว่า 'สิบหก'
"เหตุใดจึงมาฝากตัวเป็นศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋น?"
"เพื่อพิทักษ์กายหยางของตน"
คำว่า 'สามขา' เมื่อครู่เกือบทำเฉินเชียนฟานตาย ครั้งนี้เขาเลยเรียนรู้ที่จะตอบตามอย่างฉู่เหอเพื่อไม่ให้พลาดอีก
โชคดีที่เฉินเชียนฟานผ่านคำถามหลังจากนั้นมาได้อย่างราบรื่น
เห็นเฉินเชียนฟานเดินเข้ามาด้วยท่าทีเหมือนเพิ่งรอดตาย ฉู่เหอเอียงคอสงสัยเล็กน้อยแล้วถาม
"เจ้าขาแก่ จิตใจเจ้าบริสุทธิ์ผุดผ่องขนาดนั้นเลยหรือ?"
เขาไม่คิดเลยว่าเฉินเชียนฟานจะไม่มีความรู้สึกผิดในใจจริงๆ
จากที่อยู่ด้วยกันมา เขาดูออกว่าเฉินเชียนฟานไม่ใช่คุณชายชั่วช้าที่รังแกชาวบ้านก็จริง แต่ก็เป็นเด็กแสบที่ชอบแกล้งคนแน่ๆ
หลี่ลี่ที่จัดงานศพปลอมยังไม่รอดพ้นกระบี่ถามใจ แล้วเฉินเชียนฟานผ่านไปได้ยังไง?
พอได้ยินคำว่า 'เจ้าขาแก่' เฉินเชียนฟานก็ปล่อยหมัดใส่ ซึ่งฉู่เหอก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว
"ถ้าเรียกข้าว่าเจ้าขาแก่อีก ข้าจะตัดเพื่อนกับเจ้า ตอนออกจากบ้านข้าหยิบของวิเศษติดมือมาด้วย กระบี่ถามใจทำอะไรข้าไม่ได้หรอก"
เฉินเชียนฟานกระซิบพลางโชว์ป้ายหยกตระกูลเฉินในอกเสื้อ
ฉู่เหอเข้าใจทันที มิน่าล่ะ ตอนเฉินเชียนฟานเรียกตัวเองว่า 'สามขา' กระบี่ถามใจถึงไม่ตอบสนอง จนทุกคนนึกว่าเจอยอดฝีมือบุกรุก
เมื่อเข้าใจแล้ว ฉู่เหอก็เงียบไป มองดูเหล่ายอดฝีมือบนแท่นสูงที่ยังคงรำลึกความหลัง แล้วพูดว่า
"เจ้าเฉิน ถ้าเกิดรากวิญญาณข้าไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วข้าแฉว่าเจ้าโกง เจ้าคิดว่าสำนักเซียนชิงอวิ๋นจะรับข้าเป็นกรณีพิเศษไหม?"
ได้ยินคำพูดของฉู่เหอ เฉินเชียนฟานถึงกับสูดหายใจเฮือก
เป็นพี่น้องกันด้วยใจ แต่เจ้ากลับมาเล่นสงครามประสาทกับพี่น้องเนี่ยนะ!
ขณะที่ทั้งสองกำลังกัดกัน หนิงโหรวอวี่ที่เฉินเชียนฟานแนะนำให้รู้จักก่อนหน้านี้ก็เดินขึ้นไป
"นาม"
"หนิงโหรวอวี่"
"ภูมิลำเนา เอาแบบย่อๆ"
"ตระกูลหนิงแห่งแคว้นชิง"
"อายุ เอาแบบย่อๆ เหมือนกัน"
"สิบหก"
"เหตุใดจึงมาฝากตัวเป็นศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋น?"
"เพื่อพิทักษ์... เพื่อหนีการคลุมถุงชน มีเพียงสำนักเซียนชิงอวิ๋นในแคว้นชิงเท่านั้นที่หยุดครอบครัวข้าได้"
ศิษย์สำนักเซียนชิงอวิ๋นเงยหน้ามองหนิงโหรวอวี่ผู้เย็นชา แล้วก้มหน้าจดบันทึกต่อ
สามคนติดแล้วที่หนีการแต่งงานมา ไม่นึกเลยว่าวัยรุ่นภายนอกจะมีความกดดันเรื่องคู่ครองขนาดนี้
สงสัยกลับไปเขาคงต้องรีบไปขอศิษย์พี่หญิงแต่งงานบ้างแล้ว
'สามยอดคนแห่งชิงอวิ๋น' ผู้ที่จะสะเทือนยุคสมัยในภายภาคหน้า ได้มาพบกันในวันนี้ด้วยเหตุผลในการฝากตัวเป็นศิษย์ที่เหมือนกัน