บทที่ 2: หน้าต่างหลักของเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด
วินาทีต่อมา หน้าจอแสงเสมือนจริงก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของโจชัว
[หน้าต่างหลักของเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด]
[โจชัว แลนน์]
[สถานะ: เจ้าเมืองแบมบี้, องค์ชายสามแห่งราชอาณาจักรโกเซ]
[พลัง: อัศวินเลเวล 3]
[ค่าประสบการณ์: 0]
[ทรัพย์สิน: 2340 เหรียญทอง]
[ชื่อเสียง: 22]
โจชัวกวาดสายตามองแผงคุณสมบัติของตนเองเพียงปราดเดียว สถานะตัวตนนั้นไม่มีอะไรต้องพูดถึง ส่วนพลังระดับอัศวินเลเวล 3 ในช่วงอายุเท่าเขานั้น ถือว่าอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น
เนลสัน พี่ชายคนโตของโจชัวซึ่งเป็นมกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรโกเซ มีอายุมากกว่าโจชัวเพียงห้าปี แต่กลับเป็นถึงอัศวินเลเวล 8 เข้าไปแล้ว
ในโลกใบนี้ ไม่ว่าเป็นอัศวินหรือนักเวท ต่างก็ใช้ระดับ 1 ถึง 9 ในการแบ่งแยกความเข้มแข็ง
อัศวินเลเวล 8 ถือเป็นขุมพลังที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เท่าที่โจชัวรู้มา แม่ทัพกองพลของราชอาณาจักรโกเซก็มีพลังอยู่ในระดับอัศวินเลเวล 9 เท่านั้น
ส่วนระดับวิถีศักดิ์สิทธิ์ (Sanctuary) น่ะหรือ? ทั่วทั้งราชอาณาจักรอย่างมากก็มีเพียงหนึ่งหรือสองคน ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปไม่มีโอกาสได้พบเห็น และตัวโจชัวเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนตลอดชีวิต
แม้แต่เจ้าหญิงโรวลิ่งผู้สูงศักดิ์ ก็ยังมีพลังระดับอัศวินเลเวล 6 พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกคนเหล่านั้นเชื่อลงไปได้อย่างไรว่าอัศวินเลเวล 3 อย่างเขาจะไปพยายามล่วงเกินอัศวินเลเวล 6 ได้
สำหรับค่าชื่อเสียงนั้น มาจากผู้คนที่ยำเกรงในตัวโจชัวและยินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง ปัจจุบันโจชัวมีผู้ติดตามและคนรับใช้รวมกันไม่เกินสามสิบคน ค่าชื่อเสียงจึงน้อยนิดจนน่าเวทนา
นอกจากหน้าต่างคุณสมบัตินี้แล้ว ยังมีปุ่มฟังก์ชันอื่นๆ อีก
โจชัวใช้ความคิดคลิกเข้าไป ทันใดนั้นข้อมูลสถิติต่างๆ ของเมืองแบมบี้ก็เด้งขึ้นมา
[เมืองแบมบี้]
[ระดับ: เมืองหลักเลเวล 1]
[ประชากรที่มีอยู่: 645/1000]
[ดัชนีความสุขของเมือง: 23]
"ประชากรผู้อยู่อาศัยถาวรถึง 1,000 คน และดัชนีความสุขของเมืองเกิน 60 จะสามารถอัปเกรดเป็นเมืองหลักเลเวล 2 ได้"
"สิ่งปลูกสร้างที่เจ้าเมืองสามารถปลดล็อกและสร้างได้ในขณะนี้:"
[ประตูมิติเลเวล 1 (ราคา: 0 เหรียญทอง)]
[จุดเกิดเลเวล 1 (ราคา: 0 เหรียญทอง)]
[ร้านตีเหล็กเลเวล 1 (ราคา: 10,000 เหรียญทอง)]
[ร้านช่างตัดเสื้อเลเวล 1 (ราคา: 10,000 เหรียญทอง)]
...
สายตาของโจชัวถูกดึงดูดด้วยของฟรีโดยธรรมชาติ เขาคลิกเข้าไปตรวจสอบในทันที
[ประตูมิติเลเวล 1: สามารถนำ 'ผู้สืบสันดาน' เข้ามาได้พร้อมกัน 10 คน ระยะเวลาคูลดาวน์ 5 ชั่วโมง]
[จุดเกิดเลเวล 1: มอบการฟื้นคืนชีพให้กับผู้สืบสันดาน ค่าธรรมเนียมการคืนชีพ 1 เหรียญทอง]
“ผู้สืบสันดานคืออะไร? ทำไมฉันถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด...” โจชัวอดไม่ได้ที่จะพึมพำ และคำอธิบายบนหน้าต่างระบบก็คือ: “ผู้สืบสันดานคือผู้ช่วยที่ระบบคัดเลือกมาจากอีกโลกหนึ่งภายใต้หน้าฉากของเกม หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า - 'ผู้เล่น' ”
ให้ตายเถอะ!
โจชัวเกือบจะหลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกใจ จากนั้นเขาก็รู้สึกก้ำกึ่งระหว่างอยากหัวเราะกับอยากร้องไห้
ในเมื่อคนที่จะมาคือผู้เล่น งั้นตัวเขาที่เป็นเจ้าเมือง ก็คือ NPC ของเมืองหลักในเกมอย่างนั้นสิ?
แล้ว NPC ทำอะไรได้บ้าง? มอบภารกิจให้ผู้เล่นงั้นเหรอ?
มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
โจชัวพบหน้าต่างการออกภารกิจและร้านค้าระบบในฟังก์ชันอย่างรวดเร็ว
ผ่านหน้าต่างการออกภารกิจ เขาสามารถมอบหมายงานให้แก่ผู้เล่นได้ โดยเนื้อหาภารกิจและรางวัลเขาสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่กำหนดให้ชาวเมืองดั้งเดิมเป็น NPC มอบภารกิจเฉพาะเจาะจงก็ได้
ส่วนร้านค้าระบบนั้นยิ่งน่าทึ่งเข้าไปใหญ่ มีตั้งแต่พลั่วเหล็กสำหรับขุดเหมือง มีดทำครัวสำหรับสับเนื้อ ไปจนถึงม้วนคัมภีร์มหาเวทต้องห้าม หนังสือทักษะอาชีพขั้นสูง ผลึกเวทมนตร์ต่างๆ อาวุธระดับตำนาน หรือแม้แต่เทวภัณฑ์ (Artifact) ทั้งหมดถูกตั้งราคาไว้สูงลิบจนโจชัวเริ่มสงสัยในชีวิต
นอกจากนี้ ร้านค้ายังมีฟังก์ชันรับซื้อไอเทม สิ่งของใดๆ ที่โยนเข้าไปในร้านค้าจะสามารถเปลี่ยนเป็นเหรียญทองได้
“นี่มันเท่ากับคลังสินค้าของรางวัลเควสต์ที่ฉันเตรียมไว้ให้ผู้เล่นชัดๆ”
ทันใดนั้นโจชัวก็นึกถึงคำถามหนึ่งขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม “แล้วค่าประสบการณ์ที่ผู้เล่นต้องใช้ในการเลเวลอัปมาจากไหน?”
“ผู้เล่นสังหารสิ่งมีชีวิตใดๆ ในโลกนี้ หรือทำงานใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเมืองหลัก ในฐานะเจ้าเมือง ท่านจะได้รับค่าประสบการณ์ที่สอดคล้องกัน”
โจชัวผ่อนคลายลงและรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
นี่เท่ากับว่าเขามีกลุ่มแรงงานฟรี ค่าประสบการณ์ก็มีระบบจัดหาให้ แถมเขายังมีความคิดดีๆ อีกอย่าง
เขาสามารถหักค่าประสบการณ์ส่วนหนึ่งที่ผู้เล่นทำได้มาเป็นของตัวเอง เพื่อที่เขาจะได้ยกระดับพลังของตนเองต่อไปได้เรื่อยๆ ตราบเท่าที่เขายังอยู่ในเมืองหลักและคอยแจกจ่ายภารกิจ
ใบหน้าของนายทุนผู้โฉดชั่วชัดๆ ฮ่าๆๆ
“อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อนจะนำผู้เล่นเข้ามา...”
โจชัวลูบคางที่เกลี้ยงเกลาเบาๆ พลางครุ่นคิด “ถึงเวลาที่ต้องหาโอกาสไปพบปะชาวเมืองของฉันเสียหน่อยแล้ว”
....
ประตูค่อยๆ เปิดออก โจชัวเดินออกมาด้วยใบหน้าท่าทางที่ดูสดชื่นขึ้น
คนทั้งสามที่ยืนรออยู่หน้าต่างมองมาที่โจชัวโดยสัญชาตญาณ
“องค์ชายสาม...” ชายวัยกลางคนที่มีหนวดงามเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ท่านไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมพะยะค่ะ?”
โจชัวพยักหน้า “แน่นอน ฉันคิดตกแล้ว”
คนทั้งสามตรงหน้าถือเป็นคนสนิทที่แท้จริงของโจชัว
ทีน่า สาวใช้ส่วนตัวที่เติบโตมาพร้อมกับโจชัว
โฟวล์ผู้มีหนวดงาม เขาเคยเป็นคนสนิทของอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หลังจากรัฐมนตรีคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง เขาถูกกีดกันออกจากกระทรวงการคลังของอาณาจักร ดังนั้นเขาจึงสมัครใจขอติดตามองค์ชายสามโจชัวผู้ถูกเนรเทศมายังเมืองแบมบี้
ส่วนคนสุดท้ายคืออัศวินร่างสูงใหญ่กำยำ เขาคือหัวหน้าหน่วยอัศวินรักษาความปลอดภัยของโจชัวนามว่า โฮแกน เขาเป็นอัศวินเลเวล 7 ที่ทรงพลัง ระหว่างทางมายังเมืองแบมบี้ โจชัวเคยเห็นเขาลงมือครั้งหนึ่ง สัตว์อสูรที่ไม่มีตาไม่กี่ตัวถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา เขานับเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งภายใต้สังกัดของโจชัวในปัจจุบัน
“หากองค์ชายคิดได้เช่นนั้นก็ดีเหลือเกินพะยะค่ะ”
โฟวล์ดูกลุ้มใจน้อยลงและมีความสุขมาก เช่นเดียวกับทีน่าที่ยินดีจนดวงตาแดงก่ำเมื่อเห็นโจชัวก้าวข้ามความเจ็บปวดมาได้
คนที่ติดตามโจชัวมายังเมืองแบมบี้ส่วนใหญ่เชื่อว่าเขาถูกเจ้าหญิงโรวลิ่งใส่ร้าย
ในบรรดาทั้งสามคน มีเพียงโฮแกนที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่สนใจว่าโจชัวจะแสดงท่าทีอย่างไร
โจชัวเองก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่เขามองไปที่ทั้งสามคนอย่างเคร่งขรึมและเอ่ยว่า “เหล่าทวยเทพเป็นผู้ชี้นำให้ฉันพ้นจากวิกฤต และฉันได้รับนิมิตจากพระเจ้า”
“ข้า โจชัว แลนน์ ขอสาบานด้วยเกียรติยศแห่งราชวงศ์แลนน์ ข้าจะสร้างเมืองแบมบี้ให้เป็นเมืองที่แข็งแกร่งและรุ่งเรืองที่สุดในทวีปแห่งนี้ โดยไม่มีใครเทียบเคียงได้”
“เอ๊ะ...”
คำพูดของโจชัวทำให้โฟวล์และทีน่าอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ในขณะที่โฮแกนขมวดคิ้ว เขาหันไปตะโกนสั่งเสียงดัง “ไปตามนักบวชที่ร่วมทางมาด้วยมาที่นี่เร็ว องค์ชายสามทรงเสียสติไปแล้ว...” (TL: 5555+)