สายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงเย็นส่งผลให้การจราจรบนท้องถนนกลายเป็นอัมพาต แสงไฟสีแดงจากท้ายรถที่ติดหนึบสะท้อนกับพื้นถนนที่เปียกแฉะราวกับทะเลเพลิงที่ไม่มีวันดับ พิมพ์มาดา ยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าตึกสำนักงานสูงระฟ้า มือเรียวสวยกอดอกเข้าหากันเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นจากละอองฝนที่พัดเข้ามาปะทะใบหน้าสวยคมของเธอเป็นระยะ
ในฐานะประธานบริหารที่ทุกคนหวาดเกรง น้อยครั้งนักที่เธอจะตกอยู่ในสภาวะที่ควบคุมอะไรไม่ได้เช่นนี้ รถยนต์ประจำตำแหน่งของเธอเสียกะทันหัน รถสำรองของบริษัทก็ถูกใช้งานจนหมด และพนักงานขับรถส่วนตัวก็ดันลากิจเพื่อไปดูแลภรรยาที่คลอดลูก การจะเรียกแอปพลิเคชันรถรับจ้างในเวลาที่ฝนตกหนักเช่นนี้ก็ดูจะเป็นเรื่องยากลำบากเกินกว่าที่ความอดทนของเธอจะรับไหว
แต่สิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องรถเสีย... แต่เป็นเรื่องของพนักงานสาวที่ชื่อ ศิรินทร์
"ฉันกำลังจะขับรถออกไปพอดี เดี๋ยวรินไปรับคุณพิมที่หน้าตึกนะคะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจของรินยังคงก้องอยู่ในหู พิมพ์มาดาขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอจำได้ว่าศิรินทร์เป็นพนักงานระดับปฏิบัติการที่มีฐานะค่อนข้างลำบาก ในประวัติการทำงานระบุว่าเธอพักอยู่ในหอพักราคาประหยัดแถวชานเมือง แล้วเธอจะมีรถมาได้อย่างไร? หรืออาจจะเป็นรถมือสองเก่า ๆ ที่เธอเพียรออมเงินซื้อมา?
ในขณะที่พิมพ์มาดากำลังจมอยู่ในความคิด แสงไฟสีขาวนวลตาที่ดูนุ่มนวลแต่ทรงพลังก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ รถยนต์รูปทรงล้ำสมัยสีขาวมุกที่ดูเหมือนงานศิลปะมากกว่าพาหนะเคลื่อนที่ผ่านม่านฝนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม มีเพียงเสียงลมที่แหวกผ่านตัวถังที่ถูกออกแบบมาอย่างถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์
รถคันนั้นหยุดลงตรงหน้าเธออย่างพอดีเป๊ะ ประตูปีกนกด้านหน้าค่อย ๆ เลื่อนเปิดขึ้นอย่างสง่างาม เผยให้เห็นภายในห้องโดยสารที่สว่างไสวด้วยไฟ Ambient Light สีวอร์มไวท์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้านหรู
"เชิญค่ะคุณพิม"
เสียงของรินดังมาจากตำแหน่งคนขับ พิมพ์มาดาชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ เธอมองรถคันนี้สลับกับใบหน้าของรินที่ยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ความหรูหราของรถ Aetheris One คันนี้ ต่อให้คนที่ไม่สันทัดเรื่องรถอย่างเธอ ก็ดูออกว่ามันไม่ใช่รถธรรมดา มันคือความเหนือระดับที่แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่เคยสัมผัส
พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปนั่งบนเบาะหนังแท้ที่รับกับสรีระของเธออย่างพอดิบพอดี ประตูรถเลื่อนปิดลงเองอย่างนุ่มนวล ตัดขาดเสียงอึกทึกของสายฝนและโลกภายนอกออกไปในทันที เหลือเพียงความเงียบสงบและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิที่อบอวลอยู่ภายใน
"นี่มัน... รถของเธอเหรอ ศิรินทร์?" พิมพ์มาดาถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บความประหลาดใจเอาไว้
"ค่ะ เป็นโชคดีของรินที่ได้รับมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ค่ะ" รินตอบสั้น ๆ ไม่ได้ขยายความหรืออวดอ้างอะไรเพิ่มเติม เธอค่อย ๆ บังคับรถออกสู่ถนนใหญ่ด้วยความนุ่มนวล
[ติ๊ง! ทักษะ 'การขับขี่ระดับมืออาชีพ' เริ่มทำงาน...]
[โฮสต์ควบคุมรถได้สมบูรณ์แบบ เพิ่มความรู้สึกมั่นคงและปลอดภัยให้ผู้โดยสาร 100%]
รินรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย มือของเธอจับพวงมาลัยได้อย่างมั่นคง สายตาของเธอมองเห็นเส้นทางและการเคลื่อนไหวของรถคันอื่นล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แม้การจราจรจะติดขัด แต่เธอกลับสามารถแทรกตัวไปในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด ทำให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเบรกกะทันหันให้เสียอารมณ์
พิมพ์มาดาที่นั่งอยู่ด้านข้างเริ่มรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเงียบภายในรถไม่ได้ทำให้เธออึดอัด แต่มันกลับเป็นพื้นที่ที่ทำให้เธอได้พักสายตาจากความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน เธอเอนหลังพิงเบาะนุ่ม สายตามองดูโปรไฟล์ด้านข้างของรินที่กำลังตั้งใจขับรถ
ภายใต้แสงไฟสลัวภายในห้องโดยสาร ใบหน้าของรินดูงดงามและสงบนิ่งอย่างประหลาด ผิวพรรณที่ดูสะอาดสะอ้านและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยสมาธิทำให้พิมพ์มาดารู้สึกว่าพนักงานสาวคนนี้มีความลับบางอย่างที่น่าค้นหา เธอไม่ได้ดูเหมือนพนักงานออฟฟิศที่กำลังดิ้นรนเพื่อเลี้ยงชีพอีกต่อไป แต่ดูเหมือนลูกสาวตระกูลผู้ดีที่เลือกมาใช้ชีวิตเรียบง่ายเพื่อหาประสบการณ์
"รถคันนี้เงียบมากเลยนะ... และเธอขับรถดีมาก ศิรินทร์" พิมพ์มาดาพูดทำลายความเงียบ "ดีกว่าพนักงานขับรถที่ฉันเคยเจอมาทุกคนเลย"
"ขอบคุณค่ะคุณพิม รินแค่อยากให้คุณพิมได้พักผ่อนน่ะค่ะ เห็นเมื่อเช้าคุณพิมดูเพลีย ๆ" รินตอบโดยไม่ละสายตาจากถนน "อีกนานกว่าจะถึงคอนโดคุณพิม เพราะรถติดมาก... ถ้าคุณพิมอยากจะนอนพักสายตาสักครู่ก็ได้นะคะ รินจะปรับอุณหภูมิให้พอดีค่ะ"
พิมพ์มาดาไม่ได้ตอบอะไร แต่เธอกลับรู้สึกถึงความใส่ใจที่แผ่ซ่านออกมาจากการกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ของริน มือเรียวของประธานสาวเผลอวางลงบนคอนโซลกลางที่บุด้วยไม้หอมราคาแพง ความรู้สึกปลอดภัยที่รินมอบให้เริ่มสั่นคลอนหัวใจที่แข็งกระด้างของเธอทีละน้อย
[ติ๊ง! ความประทับใจจากพิมพ์มาดาเพิ่มขึ้น: 15%]
[รางวัล: อัปเกรด 'ทักษะการทำอาหารขั้นสูง' และ เงินสด 150,000 บาท]
รินลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นการแจ้งเตือนจากระบบ รางวัลที่ได้รับมาเรื่อย ๆ เริ่มทำให้เธอมีความมั่นใจที่จะทำตามแผนที่วางไว้
"คุณพิมคะ... รถติดขนาดนี้ กว่าจะถึงคอนโดคงมืดค่ำพอดี คุณพิมคงจะหิวแย่เลย" รินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ารถเคลื่อนตัวได้ทีละนิด "รินรู้จักร้านอาหารร้านหนึ่งอยู่ทางผ่านพอดี เป็นร้านเล็ก ๆ ที่เงียบสงบและอาหารอร่อยมาก... คุณพิมพอจะให้เกียรติไปทานมื้อค่ำกับรินก่อนไหมคะ?"
พิมพ์มาดาชะงักไปครู่หนึ่ง ปกติเธอไม่เคยรับคำชวนของลูกน้อง โดยเฉพาะพนักงานระดับนี้ แต่ในคืนที่ฝนตกหนักและมีเพียงเธอสองคนในรถที่หรูหราและเงียบสงบเช่นนี้ ความคิดที่จะกลับไปอยู่ห้องคอนโดกว้าง ๆ คนเดียวพร้อมกับบะหมี่ถ้วยหรืออาหารแช่แข็งกลับดูไม่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลย
"ได้สิ... ฉันเองก็ยังไม่มีแผนจะทานอะไรอยู่แล้ว" พิมพ์มาดาตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
รินหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ซอยเล็ก ๆ ที่ดูร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ แม้จะอยู่ใจกลางเมืองแต่กลับเงียบสงบอย่างไม่น่าเชื่อ เธอจอดรถที่หน้าร้านอาหารไม้เก่า ๆ ที่ตกแต่งสไตล์เซน มีป้ายชื่อร้านเล็ก ๆ ที่เขียนว่า 'นิรันดร์'
เมื่อทั้งคู่ก้าวเข้าไปในร้าน กลิ่นหอมของไม้ซุงและน้ำซุปดาชิก็ต้อนรับพวกเธอ เจ้าของร้านวัยกลางคนเดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม รินเลือกที่นั่งในมุมที่ลับตาคนและมองเห็นสวนญี่ปุ่นขนาดเล็กที่อยู่ด้านนอก
"ร้านนี้รินมาบ่อยเหรอ?" พิมพ์มาดาถามขณะที่เธอมองสำรวจไปรอบ ๆ ร้านที่เรียบง่ายแต่มีรสนิยมสูง
"ความจริง... นี่เป็นครั้งแรกที่รินพาคนอื่นมาค่ะ" รินโกหกคำโต เพราะความจริงเธอเพิ่งเคยมาครั้งแรกตามคำแนะนำของระบบที่เด้งขึ้นมาในหน้าจอ Map "รินชอบที่นี่เพราะมันเงียบดีค่ะ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายแบบคุณพิม"
รินเป็นฝ่ายสั่งอาหารให้ โดยเน้นเมนูที่ย่อยง่ายและดีต่อสุขภาพสำหรับคนที่ทำงานหนัก เช่น ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว เต้าหู้สดโฮมเมด และซุปมิโซะแดงที่เข้มข้น เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ พิมพ์มาดาก็ต้องประหลาดใจกับรสชาติที่ล้ำลึกและประณีต
"อร่อยมาก..." พิมพ์มาดาพึมพำหลังจากชิมปลาหิมะคำแรก "รสชาติมัน... อบอุ่นจัง"
"ความสุขบางครั้งก็มาจากเรื่องเรียบง่ายแบบนี้แหละค่ะ" รินมองดูพิมพ์มาดาที่เริ่มมีรอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า "งานน่ะสำคัญนะคะคุณพิม แต่ถ้าคุณพิมไม่ดูแลตัวเอง วันหนึ่งคุณพิมจะไม่มีแรงเหลือไว้ทำสิ่งที่รักนะคะ"
พิมพ์มาดาวางตะเกียบลง เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับริน แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย "เธอรู้ไหมศิรินทร์... นานมากแล้วที่ไม่มีใครพูดแบบนี้กับฉัน ทุกคนมองเห็นแต่กำไรของบริษัท เห็นแต่ภาพพจน์ของประธานบริหารที่ต้องสมบูรณ์แบบ... มีแต่เธอที่มองเห็นว่าฉัน 'เหนื่อย'"
ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในความเงียบระหว่างคนทั้งสอง มันไม่ใช่ความรักที่หวือหวา แต่มันคือความผูกพันที่เกิดจากการถูกมองเห็นตัวตนที่แท้จริง รินยื่นมือไปแตะที่หลังมือของพิมพ์มาดาเบา ๆ เพียงครู่เดียวแล้วถอนออก
"รินเห็นค่ะ... และรินอยากเป็นคนที่ช่วยให้คุณพิมได้พักบ้าง"
[ติ๊ง! ภารกิจ 'พื้นที่ปลอดภัยของราชินี' สำเร็จ!]
[รางวัล: กรรมสิทธิ์คอนโดหรูโครงการ 'The Zenith' (Penthouse Unit) มูลค่า 85 ล้านบาท และ ปลดล็อกทักษะ 'การอ่านใจขั้นต้น']
รินแทบจะสำลักน้ำชาเมื่อเห็นรางวัล คอนโดเพนท์เฮาส์! แถมยังเป็นโครงการเดียวกับที่พิมพ์มาดาพักอยู่ด้วย! นี่ระบบกำลังจะให้เธอไปเป็นเพื่อนบ้าน (หรือมากกว่านั้น) ของเจ้านายสาวงั้นเหรอ?
หลังจากทานอาหารเสร็จ รินขับรถไปส่งพิมพ์มาดาที่หน้าคอนโดหรู เมื่อรถหยุดลง พิมพ์มาดาหันมามองรินด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"ขอบใจมากนะศิรินทร์... สำหรับคืนนี้" พิมพ์มาดาลดกระจกรถลงเล็กน้อย "พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศนะ... และถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากให้เธอเรียกฉันว่า 'พิม' เฉย ๆ เวลาที่เราอยู่กันสองคน"
รินหัวใจพองโต "ค่ะ... คุณพิม"
พิมพ์มาดาก้าวลงจากรถและเดินเข้าอาคารไป ทิ้งให้รินนั่งอยู่ในรถพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว ระบบเด้งแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้ง
[เป้าหมายต่อไป: ย้ายเข้าสู่ Penthouse และเตรียมรับการปรากฏตัวของ 'ตัวละครหญิงคนที่สอง']
รินมองไปที่ตึกสูงระฟ้าตรงหน้า พลางคิดในใจว่าชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่ระบบมอบให้นี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง และเธอพร้อมแล้วที่จะก้าวต่อไปในโลกที่เธอไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: รินจะย้ายเข้าคอนโดใหม่และเผชิญหน้ากับความบังเอิญที่ต้องพบคุณพิมในฐานะเพื่อนบ้านอย่างไร? และใครคือตัวละครหญิงคนที่สองที่จะเข้ามาสร้างสีสันให้กับชีวิตของเธอ?)