ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาในยามเย็นของกรุงเทพมหานคร กลิ่นไอฝนผสมกับกลิ่นท่อระบายน้ำและควันรถดูจะเป็นสิ่งที่ชาวเมืองหลวงคุ้นชินจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ ริน หรือ ศิรินทร์ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปีในชุดพนักงานออฟฟิศที่สีเริ่มซีดจาง ยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งในซอยแคบ ๆ ที่นำไปสู่หอพักของเธอกรุงเทพฯ ยามเย็นของวันที่มีสายฝนโปรยปราย กลิ่นไอน้ำที่ปะปนกับความชื้นจากท่อระบายน้ำและไอเสียรถยนต์เป็นกลิ่นที่คุ้นชินจนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจสำหรับชาวเมืองหลวง ริน หรือ ศิรินทร์ หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ผู้สวมชุดพนักงานออฟฟิศสีซีดจาง ยืนหลบฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ในซอยแคบๆ ที่จะพาเธอไปยังหอพัก
มือเรียวบางของเธอกระชับถุงพลาสติกที่ใส่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองซองและไข่ไก่หนึ่งฟองไว้แน่น นี่คือเสบียงมื้อสุดท้ายสำหรับวันนี้ และอาจจะรวมถึงมื้อเช้าของวันพรุ่งนี้ด้วย เงินในบัญชีเหลือเพียง 87 บาท รอเงินเดือนงวดแรกจากบริษัทโฆษณาเล็กๆ แห่งนี้อีกถึงสามวัน
“เฮ้อ... เดือนนี้หนักหน่อยนะริน” เธอพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่ดูเหนื่อยล้าแต่ไม่สิ้นหวัง
รินไม่ใช่คนขี้เกียจเลยแม้แต่น้อย เธอคว้าใบปริญญาด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และทำงานอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าใคร แต่ด้วยภาระที่ต้องส่งเงินกลับไปจุนเจือมารดาที่ต่างจังหวัด ประกอบกับหนี้ กยศ. ที่ยังคงค้างคา ทำให้เธอต้องรัดเข็มขัดใช้ชีวิตอย่างประหยัดสุดขีด เสื้อผ้าแบรนด์เนม เครื่องสำอางราคาแพง ล้วนเป็นสิ่งห่างไกลตัว สิ่งที่หรูหราที่สุดที่เธอพอจะนึกถึงได้ตอนนี้ คงมีเพียงความฝันอันริบหรี่ที่จะได้อิ่มเอมกับซูชิสายพานสักมื้อ โดยไม่ต้องเสียเวลามานั่งคำนวณราคาในหัวให้ปวดเศียรเวียนเกล้า
ขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าออกเดินฝ่าสายฝนปรอย ๆ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเงาสีส้มตะคุ่มอยู่ในซอกตึกข้างถังขยะ
มันคือแมวจรจัดตัวผอมโซ ขนของมันเปียกชุ่มจนลีบติดหนัง ดวงตาสีเหลืองหม่นแสงมองมาที่เธอพร้อมกับเสียงร้อง “เมี๊ยว...” ที่แผ่วเบาจนแทบจะถูกเสียงฝนกลบหายไป
รินหยุดกะทันหัน เธอหันไปมองถุงเสบียงในมือ... บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองซองกับไข่หนึ่งฟอง ถ้าเธอสละไข่ใบนี้ไป เธอจะเหลือเพียงแป้งที่ไม่มีสารอาหารอะไรเลย แต่ถ้าเธอเมินมันไป แมวตัวนี้อาจจะไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้
“เอาเถอะ... อย่างน้อยพรุ่งนี้ค่อยไปขอกาแฟฟรีที่ออฟฟิศดื่มแก้หิวเอาแล้วกัน”
รินตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในร้านสะดวกซื้ออีกครั้ง เธอใช้เงินก้อนสุดท้ายที่ควรจะเก็บไว้เป็นค่ารถเมล์ ซื้ออาหารแมวเกรดธรรมดาที่สุดและน้ำเปล่าหนึ่งขวด เธอนั่งยอง ๆ ลงข้างซอกตึก เทอาหารลงบนฝาพลาสติกที่หาได้แถวนั้นแล้วยื่นให้มัน
“กินซะนะเจ้าส้ม พรุ่งนี้ฝนคงหยุดตกแล้วล่ะ”
เธอลูบหัวมันเบา ๆ ความอบอุ่นเล็ก ๆ จากปลายนิ้วที่สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันของเธอดูจะจางลงไปบ้าง รินยิ้มออกมาอย่างจริงใจ เป็นรอยยิ้มที่ดูสงบและอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยากในเมืองที่รีบเร่งแห่งนี้
และในวินาทีนั้นเอง... โลกทั้งใบในสายตาของเธอก็คล้ายจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ
[ติ๊ง! ตรวจพบ 'การกระทำที่เป็นกุศล' ภายใต้สภาวะขาดแคลน...]
[เงื่อนไขครบถ้วน: จิตใจที่มีวุฒิภาวะและความเมตตาที่แท้จริง]
[กำลังติดตั้งระบบ 'Perfect Life' (ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ) เข้ากับโฮสต์ศิรินทร์...]
[10%... 50%... 100% การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์!]
รินสะดุ้งจนเกือบจะหงายหลัง เธอขยี้ตาตัวเองแรง ๆ มองซ้ายมองขวาว่ามีใครมาแกล้งเล่นตลกหรือเปล่า แต่รอบกายมีเพียงสายฝนและเจ้าแมวส้มที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย หน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ มันดูทันสมัยแต่ก็สบายตาอย่างประหลาด
[ภารกิจเริ่มต้น: รางวัลแด่ผู้ให้]
[รายละเอียด: คุณได้มอบสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนั้น (อาหารและเงินก้อนสุดท้าย) ให้กับชีวิตอื่น ระบบจะชดเชยรางวัลตามระดับความจริงใจ]
[รางวัล: เงินสด 50,000 บาท (โอนเข้าบัญชีโดยตรงและถูกกฎหมาย) และ ทักษะ 'สเน่ห์แห่งความเรียบง่าย' (Passive)]
ครืด... ครืด...
โทรศัพท์มือถือราคาถูกในกระเป๋ากางเกงสั่นรัว รินหยิบมันขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอแสดงการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารที่เธอแทบไม่ได้เปิดดูเพราะกลัวตัวเลข
‘เงินเข้า: +50,000.00 บาท จากรายการโอนเงินระหว่างประเทศ (Ref: PL-9901) ยอดเงินคงเหลือ: 50,012.00 บาท’
รินยืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เงินห้าหมื่นบาท! สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นแค่ราคากระเป๋าแบรนด์เนมหนึ่งใบ หรือค่าส่วนกลางคอนโดหรูปีหนึ่ง แต่สำหรับริน... มันคือค่าเช่าหอพักหกเดือน คือค่าอาหารที่อิ่มหนำไปอีกหลายเดือน และคือ "ลมหายใจ" ที่ทำให้เธอไม่ต้องดิ้นรนจนแทบขาดใจ
“นี่มัน... เรื่องจริงเหรอ?” เธอพึมพำกับความว่างเปล่า
[คำชี้แจงจากระบบ: ระบบ 'Perfect Life' จะอยู่เคียงข้างคุณเพื่อสร้างชีวิตที่สมดุล รางวัลจะเพิ่มขึ้นตามคุณภาพชีวิตที่คุณพัฒนาขึ้น และความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนรอบข้าง ระบบไม่ต้องการให้คุณเป็นฮีโร่ แค่ต้องการให้คุณ 'ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด']
รินสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เธอไม่ใช่คนโง่ที่พอเห็นเงินแล้วจะสติหลุด เธอรีบเก็บโทรศัพท์และถุงบะหมี่ เดินกึ่งวิ่งกลับหอพักทันที ความรู้สึกเย็นเยียบของฝนหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ในอก
หอพักของรินเป็นตึกเก่าห้าชั้นที่ไม่มีลิฟต์ ห้องของเธออยู่ที่ชั้นสี่ เป็นห้องขนาดไม่กี่ตารางเมตรที่มีเพียงฟูกนอนเก่า ๆ โต๊ะญี่ปุ่นสำหรับนั่งทำงาน และตู้เสื้อผ้าไม้ที่ประตูเริ่มปิดไม่สนิท
แต่ในคืนนี้ รินไม่ได้รู้สึกว่ามันแคบเหมือนทุกที เธอเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ทำงานช้าจนน่าหงุดหงิดเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของงานโฆษณาที่เธอต้องส่งพรุ่งนี้ ทว่าสายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นหน้าต่างระบบที่ยังคงลอยเด่นอยู่มุมสายตา
[สถานะปัจจุบัน: ศิรินทร์]
[ระดับคุณภาพชีวิต: F (ต่ำกว่ามาตรฐาน)]
[ความมั่งคั่ง: 50,012 บาท]
[ทักษะ: สเน่ห์แห่งความเรียบง่าย (ทำให้คนรอบข้างรู้สึกสบายใจและเชื่อใจเมื่ออยู่ใกล้คุณ)]
“สเน่ห์แห่งความเรียบง่ายงั้นเหรอ...” รินมองกระจกเงาบานเล็กที่โต๊ะเครื่องแป้ง เธอเห็นใบหน้าของหญิงสาวที่ดูสะอาดสะอ้าน แม้จะดูอิดโรยไปบ้าง แต่ดวงตาของเธอกลับมีความมั่นคงบางอย่างที่ดูมีพลังขึ้นกว่าเมื่อเย็น
คืนนั้น รินตัดสินใจสั่งอาหารเดลิเวอรี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เธอสั่งเซตข้าวหน้าปลาแซลมอนจากร้านอาหารญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้ ๆ ราคา 350 บาท ตัวเลขที่เคยทำให้เธอปวดใจตอนนี้กลับดูเล็กลงไปมาก เมื่ออาหารมาส่ง รินละเลียดชิมมันด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง รสชาติของปลาที่สดและข้าวนุ่ม ๆ ทำให้เธอเกือบน้ำตาไหล
นี่สินะ... รางวัลของการมีชีวิต
[ติ๊ง! โฮสต์ยกระดับการกิน รางวัลความสุข: 2,000 บาท]
รินแทบจะสำลักข้าว ระบบนี้มันสุดยอดเกินไปแล้ว! แค่กินของดี ๆ ก็ได้เงินเพิ่มงั้นเหรอ? เธอเริ่มเข้าใจกลไกของมันแล้ว มันไม่ใช่การให้ไปเรื่อย ๆ แต่เป็นการกระตุ้นให้เธอ "รักตัวเอง" มากขึ้น
เช้าวันรุ่งขึ้น รินตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน เธอสวมชุดพนักงานที่รีดจนเรียบกริบ แม้จะยังเป็นชุดเดิมแต่ความมั่นใจที่ซ่อนอยู่ภายในทำให้เธอดูเปลี่ยนไป
เมื่อไปถึงออฟฟิศ บรรยากาศเดิม ๆ ที่แสนจะกดดันก็รอรับเธออยู่
“อ้าว ริน... ทำไมวันนี้ดูหน้าตาสดใสจังล่ะ ไปได้ดีลอะไรมาเหรอ?” กิ๊ฟ เพื่อนร่วมงานที่ชอบคอยจิกกัดรินเรื่องความจนและหน้าตาซื่อ ๆ เดินเข้ามาทักด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “อ้อ งานโฆษณาของลูกค้ากลุ่มอสังหาฯ เสร็จหรือยัง? พี่สิรีเขาเรียกหานะ เห็นบอกว่าถ้าทำไม่ดี รอบนี้อาจจะไม่ได้ผ่านโปรนะจ๊ะ”
กิ๊ฟยืนกอดอก มองรินด้วยสายตาเหยียด ๆ พร้อมกับเขย่ากุญแจรถยุโรปราคาแพงที่พ่อซื้อให้เป็นการอวดอ้างสถานะ
ปกติรินจะก้มหน้าและรับคำอย่างเจียมตัว แต่คราวนี้เธอกลับเงยหน้าขึ้น สบตากับกิ๊ฟด้วยแววตาที่สงบนิ่ง รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของเธอ
“เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะกิ๊ฟ รินตรวจสอบอย่างดีที่สุดแล้ว ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ”
น้ำเสียงของรินนุ่มนวลแต่มีน้ำหนัก ทักษะ 'สเน่ห์แห่งความเรียบง่าย' ทำงานอย่างเงียบเชียบ กิ๊ฟที่เตรียมคำพูดจิกกัดมาเต็มพิกัดถึงกับชะงักไป ความรู้สึกอึดอัดที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อต้องประจันหน้ากันกลับกลายเป็นความรู้สึกเกรงใจที่หาคำอธิบายไม่ได้
“เออ... ก็ดี รีบเอาไปส่งแล้วกัน” กิ๊ฟสะบัดหน้าเดินหนีไปแบบงง ๆ ว่าทำไมตัวเองถึงไม่กล้าพูดต่อ
รินเดินไปที่ห้องทำงานของ คุณพิม (พิมพ์มาดา) ประธานบริหารสาวที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและเย็นชาที่สุดในบริษัท เธอคือผู้หญิงที่รินแอบชื่นชมอยู่ห่าง ๆ เสมอ ทั้งความเก่ง ความเด็ดขาด และใบหน้าสวยคมที่มักจะแฝงไปด้วยความอ่อนล้า
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“เข้ามา” เสียงนุ่มทุ้มแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังมาจากด้านใน
รินเดินเข้าไปในห้องทำงานหรูหราที่มองเห็นวิวตึกระฟ้าใจกลางเมือง พิมพ์มาดากำลังขมวดคิ้วจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือหนึ่งนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน
“งานที่สั่ง... วางไว้ตรงนั้นแหละศิรินทร์” พิมพ์มาดาพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง
แต่รินไม่ได้วางแล้วเดินออกไปทันทีเหมือนทุกครั้ง เธอสังเกตเห็นแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ มันเย็นชืดและมีคราบกาแฟแห้งติดอยู่ แสดงว่าเจ้าของห้องคงทำงานจนลืมเวลาและไม่ได้พักผ่อนเลย
“คุณพิมคะ... รับชามะลิร้อน ๆ สักแก้วไหมคะ?” รินถามออกไปเบา ๆ
พิมพ์มาดาชะงัก มือที่นวดขมับหยุดลง เธอเงยหน้าขึ้นมองพนักงานสาวที่เธอไม่ค่อยได้ให้ความสนใจนัก ในความทรงจำของเธอ ศิรินทร์คือเด็กสาวที่ดูหม่นหมองและขี้อาย แต่ตอนนี้... ผู้หญิงตรงหน้ากลับดูอบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า ความวุ่นวายในหัวของเธอคล้ายจะสงบลงเพียงเพราะได้สบตากับอีกฝ่าย
“ฉันไม่ได้สั่งนะ...” พิมพ์มาดาพึมพำ
รินวางแก้วชาสมุนไพรกลิ่นอ่อน ๆ ที่เพิ่งชงเสร็จลงบนโต๊ะทำงานของคุณพิมอย่างแผ่วเบา เสียงแก้วกระทบกับแผ่นไม้ดัง "กรุ๊งกริ๊ง" เบา ๆ จนคุณพิมที่กำลังขมวดคิ้วอยู่กับกองเอกสารเงยหน้าขึ้นมามอง "ดูเหนื่อย ๆ นะคะ" ดวงตาของรินทอประกายความห่วงใย "ดื่มอะไรอุ่น ๆ ที่ไม่ใช่คาเฟอีนสักหน่อย อาจจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น" เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย "งานโฆษณาชิ้นนี้ รินตั้งใจทำมากจริง ๆ ค่ะ อยากให้คุณพิมมีสมาธิอ่านมันด้วยใจที่ผ่อนคลายที่สุด"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจของรินทำให้กำแพงน้ำแข็งในใจของประธานสาวสั่นคลอน พิมพ์มาดามองดูใบหน้าที่ไม่แต่งแต้มสีสันมากมายของริน แล้วเธอก็เผลอพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
“อืม... ฝากด้วยแล้วกัน”
รินยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปเตรียมน้ำชา โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังของเธอ พิมพ์มาดากำลังมองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
[ติ๊ง! ตรวจพบความประทับใจครั้งแรกจาก 'บุคคลระดับ S' (พิมพ์มาดา)]
[ภารกิจลับ: ดูแลหัวใจของประธานสาว]
[รางวัลขั้นต้น: โอนเงิน 100,000 บาท และ สิทธิพิเศษในการครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าหรู 1 คัน (รอการยืนยันที่อยู่จัดส่ง)]
รินที่กำลังกดน้ำร้อนถึงกับมือสั่น... นี่มันเพิ่งจะเริ่มวันแรกเองนะ! ชีวิตที่สมบูรณ์แบบที่ระบบว่า... มันจะพาเธอไปไกลถึงขนาดไหนกันแน่?
โปรดติดตามตอนต่อไป...
(ในตอนหน้า: รินจะจัดการกับรถยนต์คันใหม่ที่ได้มาอย่างไร? และความสัมพันธ์ของเธอกับคุณพิมจะก้าวข้ามผ่านความเป็นเจ้านายกับลูกน้องไปได้อย่างไรในชีวิตประจำวันอันแสนฟินนี้)